Review : รีวิว – บุญบายศรีสู่ขวัญข้าวคูนลาน “ปราสาทรวงข้าว”

Review by : รื่นฤดี ชอบหมี่เย็น
Date : March 2016



“ศิลปะ ศรัทธา สามัคคี”  บุญบายศรีสู่ขวัญข้าวคูนลาน “ปราสาทรวงข้าว” จ.กาฬสินธุ์

461-0003-046

          สิ่งที่อยู่คู่มาแต่โบร่ำโบราณของชาวอีสานก็คือ “ข้าว”  แต่ดั้งแต่เดิมมาข้าวนั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ค่าและวิเศษสามารถไปแลกอะไรก็ได้ ดั่งคำกล่าวเป็นหลักฐานยืนยันจากคำบายศรีสู่ขวัญข้าวตอนหนึ่งว่า “เม็ดหนึ่งตักไปทานทุกค่ำเช้าเหลือหลาย เม็ดหนึ่งตักไปซื้อควายตัวเขาซ้อง เม็ดหนึ่งไปซื้อฆ้องเก้ากำ เม็ดหนึ่งตักไปซื้อคำให้ได้เก้าหมื่น เม็ดหนึ่งตักไปซื้อขาวหมื่นมาเยีย เม็ดหนึ่งตักไปสู่เมียให้ได้เมียมาอยู่เฮือนขายข้าว เม็ดหนึ่งตักไปเอาผู้เฒ่าให้มาเล่าขายของ มาเยอขวัญเอย เพิ่นตักใส่ด้งอย่าได้บินหนี ให้เจ้ามาเลี้ยงชีวิตอินทรีทั้งโลกบริโภค เลี้ยงพระพุทธศาสนา ทุกค่ำเช้าตราบต่อหน้า หน้าพันวสาก็ข้าเทอญ”  ข้าวจึงไม่เพียงแค่สำคัญแต่เป็นลมหายใจของอีสานเลยก็ว่าได้ ผมจึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมพลังศรัทธาและความเชื่อสามารถสร้างศิลปะแห่งวิถีชีวิตที่เรียกว่า “ปราสาทรวงข้าว” ขึ้นมาได้

461-0003-015

ปราสาทรวงข้าวนั้นเกิดขึ้นมาจากประเพณีบุญบายศรีสู่ขวัญข้าวคูนลาน ชาวตำบลเหนือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์

เริ่มต้นขึ้น ใน พ.ศ. 2537 ดัดแปลงขึ้นมาจากสมัยก่อนช่วงพิธีกรรม ที่บางครอบครัวนวดข้าวไม่เสร็จ

จึงนำมัดข้าวที่ยังไม่ได้แยกเมล็ดออกจากฟางมาถวายวัด จึงเกิดความคิดว่าควรจะนำมาทำงานศิลปะ

โดยมีนายสมนึก บัวแพ เป็นคนคิดริเริ่มแนวคิดทำปราสาท

461-0003-009

          ประเพณีบุญบายศรีสู่ขวัญข้าวคูนลานหรือบุญคูนลานตามวิถีฮีตสิบสองของชาวอีสาน คำว่า คูณลาน” หมายถึง ทำให้เพิ่มขึ้น ส่วนคำว่า ลาน” คือ สถานที่สำหรับนวดข้าว ซึ่งการนำข้าว ที่นวดแล้วกองขึ้นให้สูง เรียกว่า คูณลาน” 

461-0003-008

          โดยพิธีกรรมจะจัดขึ้นเพื่อขอบคุณระลึกถึงพระคุณพระแม่โพสพ ที่ทำให้ข้าวกล้าในนาเจริญงอกงาม ดังนั้นข้าวและพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน การทำบุญคูณลานจึงเป็นสิ่งที่คนอีสานต้องทำหลังเก็บเกี่ยวเสร็จ จะทำเฉพาะตนเฉพาะครอบครัว หรือร่วมทำทั้งหมู่บ้าน ก็ได้

461-0003-006

461-0003-050

461-0003-043

461-0003-036

          บุญบายศรีสู่ขวัญข้าวคูนลานจะเริ่มต้นหลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จชาวบ้านก็จะนำมัดข้าวไปรวมที่วัด จะจัดงานในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 เพราะโบราณอีสานถือว่าฟ้าเปิดประตูฝน โดยสังเกตอากาศในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันทำนายฝนประจำปี หลังจากนั้นชาวบ้านก็จะมาร่วมกันสร้างโครงปราสาท โดยนำรวงข้าวมามัดเป็นกำแล้วขึ้นไปประดับตกแต่งให้เป็นปราสาทที่สวยงาม ระยะเวลาสร้างก็อยู่ประมาณ  2 เดือน

461-0003-035

461-0003-032

461-0003-051

461-0003-028

461-0003-031

461-0003-029

          ยามเช้าตรู่ของวันงาน ชาวบ้านจากทั่วทุกสารทิศก็มาร่วมกันตักบาตรทำบุญที่หน้าลานปราสาทรวงข้าว พร้อมสวดมนต์รับพร พิธีในช่วงเช้านั้นจะมีการบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยมี “หมอขวัญ” เป็นผู้ทำพิธี จากนั้นชาวบ้านจึงนำสายสิญจน์มาพันมัดข้าวรอบปราสาทรวงข้าว  และมีขบวนแห่ในตอนบ่าย ในขบวนก็จะอันเชิญภาพของพระแม่โพสพที่ตกแต่งอย่างสวยงาม,พานบายศรี,ปราสาทรวงข้าวจำลอง,และขบวนฟ้อนรำชาวบ้าน ตกกลางคืนก็จะมีงานมหรสพสมโภชตลอดทั้งคืน

461-0003-021

461-0003-018

          ข้าวนับล้านรวงที่เติบโตงอกงามด้วยความรักและศรัทธาของคนกาฬสินธุ์ ข้าวจึงไม่ได้เป็นแค่ข้าว แต่เป็นผู้มีพระคุณที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตนับพันปี การได้ตอบแทนคุณและให้ความสำคัญถึงแม้จะมีแค่หนึ่งเมล็ดข้าวก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม ส่งผลบุญชั่วลูกชั่วหลาน ลมหนาวนั้นไม่ได้นำพาแค่ความเย็นแต่ยังนำพาความกตัญญูของชาวบ้านที่มีต่อพระแม่โพสพมาหล่อหลอมกันเป็นปราสาทรวงข้าว ที่รังสรรค์เป็นสัญลักษณ์แห่งศิลปะ,ศรัทธาและความสามัคคี ถ่ายทอดถึงวิถีชีวิตของคนกาฬสินธุ์ได้เป็นอย่างดี เอกลักษณ์หนึ่งเดียวในไทยที่ไม่มีที่ไหนเหมือน แล้วคุณจะต้อง “หลงรักอีสาน”  เชื่อผมสิ!!!

461-0003-048

461-0003-044

เรื่องและภาพ

รื่นฤดี ชอบหมี่เย็น

ขอขอบคุณ ททท. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ขอขอบคุณ บริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

Nikon_logoeps.com [Converted]



 

Map :
16.421562, 103.532416

Comments

comments

You need to login or register to bookmark/favorite this content.

Author: parn04072534
Tags

Leave a Reply

Login

fourteen − 12 =

Lost your password?