Review : รีวิว – “เสียเคราะห์” งานบุญสงกรานต์โบราณอีสาน

Review by : รื่นฤดี ชอบหมี่เย็น
Date : April 2016



“เสียเคราะห์”  วัดไชยศรี  ขอนแก่น “งานบุญสงกรานต์โบราณ อีสานวิถีเดิม”

404-0001-017

404-0001-024

          “สงกรานต์” หนึ่งในประเพณีสำคัญของไทย สงกรานต์แต่ล่ะภาคก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกันไป โดยเฉพาะแถบภาคอีสาน สงกรานต์คือหนึ่งในงานบุญฮีต 12 ที่จัดขึ้นในวันที่ 13 เมษายนของทุกปี อย่างเช่นที่บ้านสาวะถี จ.ขอนแก่น ก็มีประเพณีโบราณแบบดั้งเดิมที่ชื่อว่า “พิธีเสียเคราะห์” ที่วัดไชยศรี  นั่นเอง…

404-0001-069

          ชาวบ้านต่างใส่เสื้อผ้าพื้นถิ่นมาตักบาตรในวันพิธีแต่เช้าตรู่

404-0001-064

404-0001-070

404-0001-071

404-0001-043

          สงกรานต์ทุกปีผู้คนต่างก็กลับบ้านหาครอบครัวพ่อแม่พี่น้อง ที่บ้านสาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่นก็เช่นกัน นอกจากจะรดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่แล้ว ยังมีพิธีสำคัญคือเสียเคราะห์หรือการสะเดาะเคราะห์ ที่ชาวบ้านเค้าทำกันประจำทุกปีในวันสงกรานต์ ที่วัดไชยศรี จังหวัดขอนแก่น โดยมีความเชื่อว่า สงกรานต์เคยเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย โดยการคำนวณทางดาราศาสตร์ที่ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ  จึงต้องมีการทิ้งเคราะห์ไว้กับปีเก่าเพื่อก้าวสู่ปีใหม่ด้วยใจเบิกบาน  ปัดเป่าสิ่งไม่ดี เสริมความสิริมงคลและเสริมดวงชะตา ให้ก้าวเข้าปีใหม่อย่างสดใสไร้อุปสรรคนั่นเอง

404-0001-038

404-0001-039

404-0001-036

          หลังจากพระให้พร ผู้เฒ่าผู้แก่ก็ทำการบายศรีให้เณร

          ที่วัดไชยศรีถือว่าเป็นวัดโบราณ ที่มีสิมสวย (สิมในภาษาอีสานหมายถึงโบสถ์) และเก่าแห่งหนึ่งของอีสานอายุกว่า 113 ปี   มีเอกลักษณ์คือหลังปีกยื่นทั้งสองข้างแบบสถาปัตยกรรมอีสานดั้งเดิม มีฝาผนังจะมี “ฮูปแต้ม”หรือ จิตรกรรมชัดเจน โดยเป็นภาพเกี่ยวกับพระเวสสันดรชาดก สินไซ  เป็นภาพเก่ากว่าร้อยปีที่ยังสมบูรณ์ โดยทุกปีในวันสงกรานต์พิธีเสียเคราะห์ก็จัดขึ้นที่นี่

404-0001-054

          ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างก็ร่วมร่วมใจกันทำโทง 4 แจ (สี่เหลี่ยม)

404-0001-051

404-0001-073

404-0001-052

          พิธีเสียเคราะห์ของคนสาวะถีนั้นสืบทอดมาตั้งแต่โบราณ จะเริ่มขึ้นแต่ตอนเช้า ชาวบ้านก็เริ่มทยอยหิ้วปิ่นโต ข้าวของใส่บาตร   บ้างก็เดินมา บ้างก็ขี่จักรยานมา บ้างก็มีองครักษ์ตามมาด้วย (หมานั่นเอง) มาคนเดียว มาคู่ มาเป็นกลุ่ม เป็นภาพที่เรียบง่ายตามวิถีอีสาน โดยวันพิธีจะเป็นวันพระ จึงไม่มีบิณฑบาต ฉะนั้นก็ทำบุญตักบาตรกันที่วัดเลย เมื่อพระฉันเสร็จ ให้พร ผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะทำการบายศรีแก่พระสงฆ์และเณรด้วย

404-0001-030

          ส่วนหนึ่งก็ร่วมกันก่อกองทรายและประดับด้วยดอกไม้

404-0001-029

404-0001-063

          หลังจากนั้นชาวบ้านทั้งวัยใหญ่ วัยรุ่น และวัยเด็ก ก็จะเริ่มก่อกองทราย และเก็บดอกไม้มาประดับให้ดูสวยงาม บ้างก็เตรียมเครื่องสังเวยสำหรับพิธีเสียเคราะห์ เครื่องสังเวยจะทำมาเพื่อสักการะบูชาเคราะห์ให้หายเคราะห์ ประกอบไปด้วย อาทิเช่น เทียนโบราณ ข้าวแดง ข้างดำ ข้าวเหลือง ข้างตอก ดอกไม้ ส้มป่อย ทุ่งช่อ ทุ่งชัย ฝ้ายแดง ฝ้ายดำ ยาเส้น หมากพลู ผลไม้ อาหารคาว และจอก เป็นต้น แต่ล่ะบ้านจะช่วยกันทำ 1 โทง 4 แจ (สี่เหลี่ยม) ขนาดกว้างยาวประมาณ 1 ศอก ทำมาจากต้นกล้วย กาบกล้วย แยกเป็น 9 ช่อง  ส่วนพระสงฆ์และเณรก็ช่วยกันเตรียมสถานที่บริเวณสิม และผูกสายสิญจน์รอบๆอีกด้วย

404-0001-045

          พระและเณรก็มีหน้าที่เช่นกัน ต่างช่วยกันผูกสายสิญจน์รอบๆสิม

404-0001-046

404-0001-048

          ช่วยประมาณบ่ายโมง ชาวบ้านจะนำโทงมาจับจองพื้นที่รอบๆสิมเพื่อทำพิธี สิมคือความเชื่อมโยงกันระหว่างวัดและชาวบ้าน เพราะคนสร้างสิมคือพระและชาวบ้านนั่นเอง โดยจิตรกรรมฝาผนังหรือฮูปก็วาดโดยชาวบ้าน และมีข้อห้าม ห้ามไม่ให้ผู้หญิงขึ้นสิมเด็ดขาด

404-0001-026

          พระและเณรจะเริ่มสวดบทอาราธนาศีลและจึงเข้าสู่สวดเสียเคราะห์เป็นภาษาอีสานโบราณ

404-0001-005

404-0001-007

404-0001-016

404-0001-018

          เมื่อถึงเวลาเจ้าอาวาสนำพระภิกษุและสามเณรเข้าในสิมและเริ่มพิธี สวดบทอาราธนาศีลและจึงเข้าสู่สวดเสียเคราะห์เป็นภาษาอีสานโบราณ ยาวนานนับชั่วโมง โดยชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นลูกเล็กเด็กแดงต่างก็ต้องอกตั้งใจฟัง และให้ความสำคัญกับพิธีมากๆ (ผิดกับผมที่อยู่ไม่เป็นสุขเนื่องจากถ่ายรูปเก็บบรรยากาศในพิธี)

404-0001-019

404-0001-012

          ตอนท้ายพิธีจะนำเรื่องสังเวยไปทิ้งไว้ในที่ไม่มีเจ้าของที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้ เช่น ทางสามแพร่ง ป่าช้า และเมื่อทิ้งแล้วก็ห้ามหันหลังไปมองอีก  ให้เดินเข้าวัดทันที หลังจากนั้นเจ้าอาวาสจะนำพระพุทธรูปในสิมลงมาให้สรงน้ำพระตามความเชื่อดั้งเดิมว่า การเล่นน้ำสงกรานต์ได้ต่อเมื่อเสร็จพิธีสรงน้ำพระเป็นต้นไป

404-0001-011

404-0001-009

404-0001-006

          เมื่อเสร็จพิธีเจ้าอาวาสจึงพรมน้ำมนต์เป็นสิริมงคลแก่ชาวบ้านก่อนที่จะนำเครื่องสังเวยไปทิ้ง

404-0001-004

          จากนั้นชาวบ้านจึงนำเครื่องสังเวยหรือโทงไปทิ้งที่ทางสามแพร่ง และห้ามมองกลับมาเด็ดขาด

          สงกรานต์ที่นี่นอกจากจะสาดน้ำแล้ว(เล่นน้ำถนนข้าวเหนียว) ยังมีการสาดเคราะห์ เทเคราะห์ให้พ้นตัว เสริมความสิริมงคล อีกด้วย หนึ่งที่สาดความสนุก หนึ่งที่สาดความทุกข์ น่าสนใจไหมล่ะครับ แต่ถ้าเป็นผมก็จะสาดทั้งสองอย่างเลย ทั้งสาดความสุขให้คนอื่น และก็สาดความทุกข์ต่างๆ ทิ้งไปไกลๆ มาขอนแก่นครั้งก็คุ้มค่าจริงครับ แต่สาระสำคัญคืออย่าไปยึดติดกับเรื่องทุกข์ของปีเก่า ให้เริ่มก้าวใหม่ที่ดีในปีใหม่ดีกว่า ก่อนจะเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวเหนียว ก็มาร่วมพิธีเสียเคราะห์ก่อนเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจดีๆในปีใหม่ก็ดีนะครับ

404-0001-001

404-0001-002

          สุดท้ายเป็นการสรงน้ำพระตามตามประเพณีแต่โบราณ หลังจากนั้นชาวบ้านก็รดน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน

เรื่องและภาพ

รื่นฤดี ชอบหมี่เย็น

ขอขอบคุณ ททท. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

                                                                                                     


 

Map :
16.508971, 102.696949

Review by : รื่นฤดี ชอบหมี่เย็น Date : April 2016 “เสียเคราะห์”  วัดไชยศรี  ขอนแก่น “งานบุญสงกรานต์โบราณ อีสานวิถีเดิม”           “สงกรานต์” หนึ่งในประเพณีสำคัญของไทย สงกรานต์แต่ล่ะภาคก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกันไป โดยเฉพาะแถบภาคอีสาน สงกรานต์คือหนึ่งในงานบุญฮีต 12 ที่จัดขึ้นในวันที่ 13 เมษายนของทุกปี อย่างเช่นที่บ้านสาวะถี จ.ขอนแก่น ก็มีประเพณีโบราณแบบดั้งเดิมที่ชื่อว่า “พิธีเสียเคราะห์” ที่วัดไชยศรี  นั่นเอง...           ชาวบ้านต่างใส่เสื้อผ้าพื้นถิ่นมาตักบาตรในวันพิธีแต่เช้าตรู่           สงกรานต์ทุกปีผู้คนต่างก็กลับบ้านหาครอบครัวพ่อแม่พี่น้อง ที่บ้านสาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่นก็เช่นกัน นอกจากจะรดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่แล้ว ยังมีพิธีสำคัญคือเสียเคราะห์หรือการสะเดาะเคราะห์ ที่ชาวบ้านเค้าทำกันประจำทุกปีในวันสงกรานต์ ที่วัดไชยศรี จังหวัดขอนแก่น โดยมีความเชื่อว่า สงกรานต์เคยเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย โดยการคำนวณทางดาราศาสตร์ที่ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ  จึงต้องมีการทิ้งเคราะห์ไว้กับปีเก่าเพื่อก้าวสู่ปีใหม่ด้วยใจเบิกบาน  ปัดเป่าสิ่งไม่ดี เสริมความสิริมงคลและเสริมดวงชะตา ให้ก้าวเข้าปีใหม่อย่างสดใสไร้อุปสรรคนั่นเอง           หลังจากพระให้พร ผู้เฒ่าผู้แก่ก็ทำการบายศรีให้เณร           ที่วัดไชยศรีถือว่าเป็นวัดโบราณ ที่มีสิมสวย (สิมในภาษาอีสานหมายถึงโบสถ์) และเก่าแห่งหนึ่งของอีสานอายุกว่า 113 ปี   มีเอกลักษณ์คือหลังปีกยื่นทั้งสองข้างแบบสถาปัตยกรรมอีสานดั้งเดิม มีฝาผนังจะมี “ฮูปแต้ม”หรือ จิตรกรรมชัดเจน โดยเป็นภาพเกี่ยวกับพระเวสสันดรชาดก สินไซ  เป็นภาพเก่ากว่าร้อยปีที่ยังสมบูรณ์ โดยทุกปีในวันสงกรานต์พิธีเสียเคราะห์ก็จัดขึ้นที่นี่           ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างก็ร่วมร่วมใจกันทำโทง 4 แจ (สี่เหลี่ยม)           พิธีเสียเคราะห์ของคนสาวะถีนั้นสืบทอดมาตั้งแต่โบราณ จะเริ่มขึ้นแต่ตอนเช้า ชาวบ้านก็เริ่มทยอยหิ้วปิ่นโต ข้าวของใส่บาตร   บ้างก็เดินมา บ้างก็ขี่จักรยานมา บ้างก็มีองครักษ์ตามมาด้วย (หมานั่นเอง) มาคนเดียว มาคู่ มาเป็นกลุ่ม เป็นภาพที่เรียบง่ายตามวิถีอีสาน โดยวันพิธีจะเป็นวันพระ จึงไม่มีบิณฑบาต ฉะนั้นก็ทำบุญตักบาตรกันที่วัดเลย เมื่อพระฉันเสร็จ ให้พร ผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะทำการบายศรีแก่พระสงฆ์และเณรด้วย           ส่วนหนึ่งก็ร่วมกันก่อกองทรายและประดับด้วยดอกไม้           หลังจากนั้นชาวบ้านทั้งวัยใหญ่ วัยรุ่น และวัยเด็ก ก็จะเริ่มก่อกองทราย และเก็บดอกไม้มาประดับให้ดูสวยงาม บ้างก็เตรียมเครื่องสังเวยสำหรับพิธีเสียเคราะห์ เครื่องสังเวยจะทำมาเพื่อสักการะบูชาเคราะห์ให้หายเคราะห์ ประกอบไปด้วย อาทิเช่น เทียนโบราณ ข้าวแดง ข้างดำ ข้าวเหลือง ข้างตอก ดอกไม้ ส้มป่อย ทุ่งช่อ ทุ่งชัย ฝ้ายแดง ฝ้ายดำ ยาเส้น หมากพลู ผลไม้ อาหารคาว และจอก เป็นต้น แต่ล่ะบ้านจะช่วยกันทำ 1 โทง 4 แจ (สี่เหลี่ยม) ขนาดกว้างยาวประมาณ 1 ศอก ทำมาจากต้นกล้วย กาบกล้วย แยกเป็น 9 ช่อง  ส่วนพระสงฆ์และเณรก็ช่วยกันเตรียมสถานที่บริเวณสิม และผูกสายสิญจน์รอบๆอีกด้วย           พระและเณรก็มีหน้าที่เช่นกัน ต่างช่วยกันผูกสายสิญจน์รอบๆสิม           ช่วยประมาณบ่ายโมง ชาวบ้านจะนำโทงมาจับจองพื้นที่รอบๆสิมเพื่อทำพิธี สิมคือความเชื่อมโยงกันระหว่างวัดและชาวบ้าน เพราะคนสร้างสิมคือพระและชาวบ้านนั่นเอง โดยจิตรกรรมฝาผนังหรือฮูปก็วาดโดยชาวบ้าน และมีข้อห้าม ห้ามไม่ให้ผู้หญิงขึ้นสิมเด็ดขาด           พระและเณรจะเริ่มสวดบทอาราธนาศีลและจึงเข้าสู่สวดเสียเคราะห์เป็นภาษาอีสานโบราณ           เมื่อถึงเวลาเจ้าอาวาสนำพระภิกษุและสามเณรเข้าในสิมและเริ่มพิธี สวดบทอาราธนาศีลและจึงเข้าสู่สวดเสียเคราะห์เป็นภาษาอีสานโบราณ ยาวนานนับชั่วโมง โดยชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นลูกเล็กเด็กแดงต่างก็ต้องอกตั้งใจฟัง และให้ความสำคัญกับพิธีมากๆ (ผิดกับผมที่อยู่ไม่เป็นสุขเนื่องจากถ่ายรูปเก็บบรรยากาศในพิธี)           ตอนท้ายพิธีจะนำเรื่องสังเวยไปทิ้งไว้ในที่ไม่มีเจ้าของที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้ เช่น ทางสามแพร่ง ป่าช้า และเมื่อทิ้งแล้วก็ห้ามหันหลังไปมองอีก  ให้เดินเข้าวัดทันที หลังจากนั้นเจ้าอาวาสจะนำพระพุทธรูปในสิมลงมาให้สรงน้ำพระตามความเชื่อดั้งเดิมว่า การเล่นน้ำสงกรานต์ได้ต่อเมื่อเสร็จพิธีสรงน้ำพระเป็นต้นไป           เมื่อเสร็จพิธีเจ้าอาวาสจึงพรมน้ำมนต์เป็นสิริมงคลแก่ชาวบ้านก่อนที่จะนำเครื่องสังเวยไปทิ้ง           จากนั้นชาวบ้านจึงนำเครื่องสังเวยหรือโทงไปทิ้งที่ทางสามแพร่ง และห้ามมองกลับมาเด็ดขาด           สงกรานต์ที่นี่นอกจากจะสาดน้ำแล้ว(เล่นน้ำถนนข้าวเหนียว) ยังมีการสาดเคราะห์ เทเคราะห์ให้พ้นตัว เสริมความสิริมงคล อีกด้วย หนึ่งที่สาดความสนุก หนึ่งที่สาดความทุกข์ น่าสนใจไหมล่ะครับ แต่ถ้าเป็นผมก็จะสาดทั้งสองอย่างเลย ทั้งสาดความสุขให้คนอื่น และก็สาดความทุกข์ต่างๆ ทิ้งไปไกลๆ มาขอนแก่นครั้งก็คุ้มค่าจริงครับ แต่สาระสำคัญคืออย่าไปยึดติดกับเรื่องทุกข์ของปีเก่า ให้เริ่มก้าวใหม่ที่ดีในปีใหม่ดีกว่า ก่อนจะเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวเหนียว ก็มาร่วมพิธีเสียเคราะห์ก่อนเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจดีๆในปีใหม่ก็ดีนะครับ           สุดท้ายเป็นการสรงน้ำพระตามตามประเพณีแต่โบราณ หลังจากนั้นชาวบ้านก็รดน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน เรื่องและภาพ รื่นฤดี ชอบหมี่เย็น ขอขอบคุณ ททท. สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ                                                                                                         Map : 16.508971, 102.696949

คะแนนสำหรับ Review ที่เที่ยว

0

100

“สงกรานต์” หนึ่งในประเพณีสำคัญของไทย สงกรานต์แต่ล่ะภาคก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกันไป โดยเฉพาะแถบภาคอีสาน สงกรานต์คือหนึ่งในงานบุญฮีต 12 ที่จัดขึ้นในวันที่ 13 เมษายนของทุกปี อย่างเช่นที่บ้านสาวะถี จ.ขอนแก่น ก็มีประเพณีโบราณแบบดั้งเดิมที่ชื่อว่า “พิธีเสียเคราะห์” ที่วัดไชยศรี นั่นเอง...

User Rating: Be the first one !
0

Comments

comments

You need to login or register to bookmark/favorite this content.

Author: parn04072534
Tags

Leave a Reply

Login

fifteen + 3 =

Lost your password?