Review : รีวิว – จะวัยรุ่น หรือวัยเก๋า เขาก็มาเอ้าท์ติ้งกันที่ แม่ฮ่องสอน

Banner_Mae Hong Son

Review by : nnbussa
Date : July 2016



จะวัยรุ่น หรือวัยเก๋า เขาก็มาเอ้าท์ติ้งกันที่ “แม่ฮ่องสอน”

          มาเริ่มต้นหน้าฝนด้วยทริปดี ๆ กับจังหวัดที่ไม่ไกลจากรุงเทพฯ เท่าไหร่กันดีกว่า นั่นก็คือจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั่นเอง.. ที่บอกว่าไม่ไกลเพราะว่าเราใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น เห็นไหมล่ะ! ว่าไม่ไกลเลย (หราาาาา) ก็ทุกวันนี้การเดินทางแสนจะสะดวกสบาย แถมค่าใช้จ่ายก็ถูกอี๊กกกก.. ก็เพราะเราเปรียบเทียบราคาและจองตั๋วเครื่องบินผ่านตัวแทนจำหน่ายตั๋ว อย่างเว็บไซต์ Traveloka นั่นเอง นอกจากจะได้เห็นราคาที่ต้องจ่ายจริงโดยไม่มีการบวกเพิ่มเติมแล้ว เรายังได้ตั๋วเครื่องบินในราคาที่ถูกและน่าพอใจสุด ๆ อีกด้วย (ได้ตั๋วราคาถูกก็รู้สึกชนะอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน 555+) ที่สำคัญบริการฟรี 24 ชั่วโมง ประหยัดทั้งเงิน ประหยัดทั้งเวลา แล้วจะรออะไรล่ะ! ก็บินเลยซิคร้าบบบ (ฟิ้วววววว)

          เราเริ่มเดินทางกันตั้งแต่เช้าด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เพื่อเดินทางไปสนามบินเชียงใหม่ และต่อเครื่องไปลงที่สนามบินแม่ฮ่องสอนด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG 237 ระหว่างรอต่อเครื่อง เราก็เข้าไปนั่งกินขนม นม น้ำ กันที่ Loungh ของสายการบิน พอใกล้เวลาก็เตรียมตัวขึ้นเครื่อง ใช้เวลาเพียง 35 นาทีก็เดินทางมาถึงสนามบินแม่ฮ่องสอนกันเป็นที่เรียบร้อย ถ้าใครไม่อยากเริ่มต้นทริปด้วยการนั่งรถ เราขอแนะนำการคมนาคมทางอากาศเลยจ้า รวดเร็วทันใจสุด ๆ และยิ่งตอนนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีเที่ยวบิน บินตรงจากเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน 10 เที่ยวต่อสัปดาห์ สะดวกสบายขึ้นอีกเย๊อะ…ลองดูได้ที่ www.traveloka.com/th-th/bangkok-airways

581-005-044-Mae Hong Son 581-005-037-Mae Hong Son

ถึงแล้ววว สนามบินแม่ฮ่องสอน

          แต่การเดินทางยังไม่จบลงแค่นี้นะคะ นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น เรายังต้องเดินทางต่อด้วยรถยนต์อีก 2 ชั่งโมง เพื่อไปยัง บ้านเมืองปอน แหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนที่คุณจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบชาวไทใหญ่อย่างแท้จริง หลังจากที่หลับ ๆ ตื่น ๆ มา 2 ชั่วโมง ก็มาถึงชุมชนบ้านเมืองปอนซะที พอถึงปุ๊บ ป้าคำหลู่ (หนึ่งในกลุ่มสมาชิก) ก็ได้เตรียมอาหารพื้นเมืองของชาวไทใหญ่ไว้ให้ มีทั้ง น้ำพริกอุ๊ป หน้าตาจะคล้าย ๆ กับน้ำพริกอ่อง แต่จะแห้งกว่า เป็นเมนูที่โปรดมากค่า… หน่อโก้ หรือยำหน่อไม้นั่นเอง และก็ต้มจืดเต้าหู้หมูสับค่ะ แต่อาหารในแต่ละมือนั้นจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบในช่วงนั้น ๆ นะคะ  แต่รับรองว่าอร่อยไม่แพ้กันแน่นอนค่ะ

581-005-036-Mae Hong Son

น้ำพริกอุ๊ป

581-005-043-Mae Hong Son

หน่อโก้

          กินอิ่มเรียบร้อย คุณสุวิทย์ วาริน ประธานกลุ่มฯ ก็ได้พาเราเยี่ยมชมโฮมสเตย์แบบไทใหญ่ที่มีเหลือเพียงหลังเดียวเท่านั้น ลักษณะเป็นบ้านใต้ถุนสูง หลังคาจั่วติดกัน 2 จั่ว มีนอกชาน ลมพัดเย็นตลอด โฮมสเตย์ที่นี่ถือเป็นโฮมสเตย์อย่างแท้จริง กินนอนอยู่กับชาวบ้านเลย ปัจจุบันนี้บ้านที่เข้าร่วมโครงการมีอยู่ด้วยกันถึง 19 หลัง ซึ่งจะเวียนไปตามลำดับ และไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะที่นี่มีการจัดการโฮมสเตย์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยด้วย

          นอกจากที่พักแล้ว บ้านเมืองปอน ยังมีฐานกิจกรรมให้ได้ร่วมสนุก และเรียนรู้วิถีชิตของชาวไทใหญ่มากยิ่งขึ้น ถึง 10 ฐานด้วยกัน อาทิ ชมบ้านโบราณ จักสาน ต้องลาย ปักเสื้อไทใหญ่ วัด เป็นต้น

581-005-035-Mae Hong Son

โฮมสเตย์เฮินไตใหญ่

581-005-042-Mae Hong Son581-005-041-Mae Hong Son581-005-040-Mae Hong Son581-005-039-Mae Hong Son

การจักสานจากไม้ไผ่ สานกุ๊ปไตประยุกต์ หรือหมวกไทใหญ่
มีลวดลายวิจิตรบรรจง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์และมีเพียงบ้านเมืองปอนที่เดียวเท่านั้น

581-005-055-Mae Hong Son581-005-053-Mae Hong Son581-005-054-Mae Hong Son581-005-034-Mae Hong Son

การต้องลาย คือการฉลุลายลงบนกระดาษ เพื่อนำมาประดับจองพาราปราสาทไม้จำลอง
ที่ใช้ในงานพิธีวันออกพรรษา และนำไปประดับวัด

581-005-057-Mae Hong Son 581-005-058-Mae Hong Son581-005-059-Mae Hong Son581-005-038-Mae Hong Son

 

วัดเมืองปอน

          ต่อด้วยการเข้าชมอนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น (พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2) ภายในเป็นสถานที่รวบรวมสิ่งของโบราณของไทยและญี่ปุ่น ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพถ่ายในอดีต อีกทั้งยังมีห้องวีดีทัศน์ที่คอยบอกเล่าเรื่องราวครั้งอดีตของชาวไทใหญ่ที่อาศัยอยู่ในอำเภอขุนยวมให้ได้เรียนรู้ทั้งความเป็นอยู่ วิถีชีวิต เป็นต้น

581-005-063-Mae Hong Son 581-005-066-Mae Hong Son 581-005-064-Mae Hong Son 581-005-065-Mae Hong Son

อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น (พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2)

          จากนั้นเดินทางเข้าสู่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เราใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. ก็ถึงวัดพระนอน ตั้งอยู่เชิงดอยกองมู และได้เข้าไปสักการะ พระนอนองค์ใหญ่ ที่มีขนาดยาวถึง 12 เมตร สร้างด้วยศิลปะแบบไทใหญ่

581-005-033-Mae Hong Son581-005-032-Mae Hong Son581-005-031-Mae Hong Son

          ด้านในมีพิพิธภัณฑ์ชื่อว่า พิพิธภัณฑ์เจ้าคุณโสภณสามัคคีนุสรณ์” ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อาทิ พระบรมอัฐิธาตุที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระสังฆราชฯ พระเครื่องเก่าแก่รุ่นต่าง ๆ หลายร้อยองค์ พระพุทธรูปทองคำปางต่าง ๆ คัมภีร์กรรมวาจาของพระสงฆ์พม่าทำด้วยทองสำริด ถ้วยใส่ข้าวแกงของเจ้าเมืองทำจากญี่ปุ่น กาน้ำชาของเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน ธนบัตรพม่าสมัยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ข้าวของมีค่าต่าง ๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในตู้กระจกที่ติดลูกกรงกั้นอีกชั้นหนึ่งอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันของสูญหาย

581-004-052-Mae Hong Son581-005-030-Mae Hong Son581-005-028-Mae Hong Son581-005-029-Mae Hong Son581-005-026-Mae Hong Son581-005-027-Mae Hong Son

          ออกจากวัดพระนอนมา พระอาทิตย์ก็ลับขอฟ้าไปแล้วเช่นกัน ทำให้ความตั้งใจที่เราจะขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกที่วัดพระธาตุดอยกองมูของเราสลายไป แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะความงามของพระธาตุนั้นยังคงเดิมค่ะ ยิ่งมีแสงจากหลอดไฟด้วยแล้ว พระธาตุยิ่งดูงดงามขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ และจากวัดพระธาตุดอยกองมู สามารถมองเห็นวิวเมืองแม่ฮ่องสอนได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว

581-004-051-Mae Hong Son581-005-025-Mae Hong Son581-004-050-Mae Hong Son581-005-022-Mae Hong Son581-005-024-Mae Hong Son581-005-023-Mae Hong Son

วัดพระธาตุดอยกองมู

          หลังจากสักการะปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแม่ฮ่องสอนเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลากิน กิน กิน เรากินข้าวเย็นกันที่ร้านใบเฟิร์น ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากวัดเท่าไหร่นัก เป็นร้านอาหารพื้นเมืองของแม่ฮ่องสอน อาทิ น้ำพริกอุ๊ป ไก่ย่างใบเฟิร์น ยำผักกูด เป็นต้น

581-005-020-Mae Hong Son581-005-018-Mae Hong Son581-005-019-Mae Hong Son581-005-056-Mae Hong Son581-005-017-Mae Hong Son

ร้านใบเฟิร์น

          อิ่มท้องกันไปแล้ว ก็กลับเข้าที่พัก เพื่อพักเอาแรงสำหรับการเดินทางเที่ยวต่อในวันรุ่งขึ้น ขอบอกเลยว่า ต้องนอนให้พอจริง ๆ นะ ไม่งั้นมีมึนแน่ ๆ zzZZZ

          อ๊าาาา หลับสบาย ตื่นมาหน้าก็อิ่มเอิบเป็นธรรมดาเนอะ (หรือหน้าบานอยู่แล้วตั้งแต่แรกก็ไม่รู้นะ 555+) แต่ก่อนที่เราจะไปเดินทางนั้น ก็ขอแวะเติมพลังกันซักนิดที่ร้านคอฟฟี่ มอร์นิ่ง ร้านกาแฟยามเช้าอยู่ตรงข้ามสำนักงานเทศบาลแม่ฮ่องสอน ภายในตกแต่งสไตล์เรโทร (Retro) มีหนังสือให้อ่าน และมีโปสการ์ดขาย บรรยากาศดูกันเอง อารมณ์เหมือนนั่งจิบกาแฟ พร้อมทั้งอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านเลยทีเดียว

581-005-015-Mae Hong Son581-005-016-Mae Hong Son581-005-049-Mae Hong Son581-005-014-Mae Hong Son

ร้านคอฟฟี่ มอร์นิ่ง

          เลยไปอีกนิดจะเป็น อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มาถึงเมืองท่าน อย่าลืมไปสักการะท่านด้วยนะจ้ะ

581-005-061-Mae Hong Son 581-005-060-Mae Hong Son

อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา

          เมื่อร่างกายพร้อม เราก็พร้อมออกเดินทางต่อกันแล้ว เช้านี้เราจะไปตามที่เขาเล่าว่า…สะพานอธิษฐานสำเร็จ ที่แห่งนี้ก็คือ สะพานซูตองเป้ สะพานไม้ไผ่แห่งศรัทธา สะพานที่สร้างจากความศรัทธา และการร่วมแรงร่วมใจของพระภิกษุสงฆ์และชาวบ้าน จนกลายมาเป็นความเชื่อที่ว่า หากใครเดินข้ามผ่านสะพาน แล้วไปอธิษฐาน ณ วัดที่ปลายสะพาน ความสำเร็จที่หวังก็จะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

581-005-048-Mae Hong Son581-005-047-Mae Hong Son581-005-046-Mae Hong Son581-005-013-Mae Hong Son

สะพานซูตองเป้

          ต่อกันด้วยการพอกโคลนบ่อน้ำแร่ 1 ใน 3 แหล่งของโลกที่มีการขุดพบโคลนธรรมชาติที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงผิว เทียบเท่ากับโคลนจากทะเลสาบเดดซี ถือเป็นสุดยอดสปาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่ ภูโคลนคันทรีคลับ พร้อมทั้งได้แช่เท้าในบ่อน้ำแร่ ช่วยให้ผ่อนคลายจากการเดินทางได้ดีเลยทีเดียว

581-005-011-Mae Hong Son581-005-012-Mae Hong Son581-005-045-Mae Hong Son - Copy05PHUKLON PRODUCTPHU KLON CREAM

ภูโคลนคันทรีคลับ

          จากนั้นก็เป็นเวลาที่เราโปรดปรานสุด ๆ นั่นก็คือการกิน 555+ เราจะไปกินข้าวกลางวันกันที่ ร้านอาหารลีไวน์รักไทย มื้อนี้เราจะกินอาหารจีนยูนานกัน ที่ขึ้นชื่อที่สุดก็ต้องเป็นเมนูขาหมูหมั่นโถว ขาหมูเน้น ๆ กินกับหมั่นโถวร้อน ๆ อร่อยสุด ๆ ไปเลย และไม่ได้มีเพียงเมนูเดียวเท่านั้นที่อร่อยเด็ด ยำใบชา ผัดผักซาโยเต้ ขาเห็ดทอด ไก่ดำตุ่นยาจีน และอีกมากมายก็อร่อยเด็ดไม่แพ้กันค่ะ

581-005-008-Mae Hong Son581-005-009-Mae Hong Son581-005-005-Mae Hong Son581-005-006-Mae Hong Son581-005-004-Mae Hong Son581-005-003-Mae Hong Son

ร้านอาหารลีไวน์รักไทย

          อ้อ!! ส่วนใครที่อยากมาพักผ่อน รอชมหมอกยามเช้า ที่นี่ก็มีที่พักไว้รองรับเช่นกัน แอบบอกว่า ฟินสุด ๆ ไปเลย  และไม่ว่าที่อื่น ๆ จะอากาศร้อนแค่ไหน จะ 35 หรือ 40 องศา แต่ที่นี่ก็ยังคงความ 20 องศาเซลเซียสไว้ อากาศถึงได้เย็นสบายตลอดทั้งปี ใครมาแล้วไม่หลงรักก็บ้าแล้ววววว

          เพราะงั้นจากนี้ไปเราก็ต้องขอตัวไปนั่งกินลมชมบรรยากาศยามบ่าย เย็น และเช้าวันรุ่งขึ้นของที่ หมู่บ้านรักไทยแห่งนี้กันก่อนก็แล้วกันนะ แล้วเราจะไปหายใจทิ้ง และเก็บอากาศบริสุทธิ์มาฝากเพื่อน ๆ เยอะ ๆ นะคะ … อย่าลืมล่ะ ร้อยปากว่า ก็ไม่เท่าการได้ไปสัมผัส ณ สถานที่จริงด้วยตัวเอง เราก็เเอบหวังว่าจังหวัดนี้จะถูกเก็บอยู่ในลิสต์ของเพื่อน ๆ ในช่วงหนาวนี้นะคะ :)) 

581-005-007-Mae Hong Son 581-005-002-Mae Hong Son581-005-001-Mae Hong Son581-005-062-Mae Hong Son

ลีไวน์บ้านรักไทย

 ขอขอบคุณผู้สนับสนุนการเดินทาง :
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กองตลาดภาคเหนือ

 

Refer : แม่ฮ่องสอน (Mae Hong Son)


 

DETAIL :

  • สถานที่ / Address  :  บ้านเมืองปอน (Ban Muang Pon)
  • ที่ตั้ง / Location  :  หมู่ที่ 1 และ 2  ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58140
  • เบอร์โทร / Tel  :  08 2162 0459, 08 1784 4340
  • เบอร์แฟกซ์ / Fax  :  N/A
  • อีเมลล์ / E-mail  :  N/A
  • เว็บไซต์ / Website  :  www.facebook.com/banmuangPON/
  • การเดินทาง / Directions  :  จากขุนยวม สามารถเดินเข้าสู่เมืองปอนได้จากรถยนต์โดยสาร (สมบัติทัวร์) รถบัสจากเชียงใหม่ (เปรมประชา) และสองแถวจากแม่ฮ่องสอน ขุนยวม เมืองปอน                                                                                                                                                
  • สถานที่ / Address  :  วัดพระนอน (Wat Phra Non)
  • ที่ตั้ง / Location  :  ถนนผดุงม่วยต่อ ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000
  • การเดินทาง / Directions  :  อยู่เชิงดอยกองมู                  
  • สถานที่ / Address  :  วัดพระธาตุดอยกองมู (Wat Phra That Doi Kong Mu)
  • ที่ตั้ง / Location  :  ดอยกองมู ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000
  • เบอร์โทร / Tel  :  N/A
  • เบอร์แฟกซ์ / Fax  :  N/A
  • อีเมลล์ / E-mail  :  N/A
  • เว็บไซต์ / Website  :  watdoikongmu.com
  • การเดินทาง / Directions  :  ตั้งอยู่บนดอยกองมูทางทิศตะวันตกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เดินทางโดยแยกจากทาง หลวงสาย 108 ตรงบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชาขึ้นไปทางซ้ายมือ เป็นทางลาดยางขึ้นภูเขาไปอีก ประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณวัด                  
  • สถานที่ / Address  :  ร้านใบเฟิร์น (Fern Restaurant)
  • ที่ตั้ง / Location  :  87 ถนนขุมลุมประพาส ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000
  • เบอร์โทร / Tel  :  0 5361 1374, 0 5361 2363
  • เบอร์แฟกซ์ / Fax  :  N/A
  • อีเมลล์ / E-mail  :  N/A
  • เว็บไซต์ / Website  :  www.facebook.com/Fern-Restaurant-ร้านใบเฟิร์น-แม่ฮ่องสอน-201112599912066/
  • เวลาเปิด-ปิด / Open-Closed  :  เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30 – 22.00 น. 
  • การเดินทาง / Directions  :  N/A                  
  • สถานที่ / Address  :  ร้านคอฟฟี่ มอร์นิ่ง (Coffee Morning)
  • ที่ตั้ง / Location  :  ถนนสิงหนาทบำรุง ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000
  • เบอร์โทร / Tel  :  0 5361 2234
  • เบอร์แฟกซ์ / Fax  :  N/A
  • อีเมลล์ / E-mail  :  N/A
  • เว็บไซต์ / Website  :  N/A
  • เวลาเปิด-ปิด / Open-Closed  :  เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 18.00 น.
  • การเดินทาง / Directions  :  อยู่ตรงข้ามสำนักงานแม่ฮ่องสอน                  
  • สถานที่ / Address  :  สะพานซูตองเป้ (Su Tong Pae Bridge)
  • ที่ตั้ง / Location  :  บ้านกุงไม้สัก หมู่ 2 ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000
  • สถานที่ / Address  :  ภูโคลนคันทรีคลับ (PHU KLON Country Club)
  • ที่ตั้ง / Location  :  32 หมู่ 2 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000
  • เบอร์โทร / Tel  :  0 5328 2579, 08 5035 3152
  • เบอร์แฟกซ์ / Fax  :  N/A
  • อีเมลล์ / E-mail  :  [email protected]
  • เว็บไซต์ / Website  :  phuklon.co.thwww.facebook.com/PhuKlonMudSpa/
  • การเดินทาง / Directions  :  N/A
  • สถานที่ / Address  :  ลีไวน์รักไทย (Lee Wine Ruk Thai)
  • ที่ตั้ง / Location  :  3 หมู่ 6 บ้านรักไทย ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000
  • เบอร์โทร / Tel  :  08 9552 9650, 08 9262 1335
  • เบอร์แฟกซ์ / Fax  :  N/A
  • อีเมลล์ / E-mail  :  N/A
  • เว็บไซต์ / Website  :  www.leewinerukthai.com
  • การเดินทาง / Directions  :  N/A

Map :
19.300166, 97.960543

Review by : nnbussa Date : July 2016 จะวัยรุ่น หรือวัยเก๋า เขาก็มาเอ้าท์ติ้งกันที่ "แม่ฮ่องสอน"           มาเริ่มต้นหน้าฝนด้วยทริปดี ๆ กับจังหวัดที่ไม่ไกลจากรุงเทพฯ เท่าไหร่กันดีกว่า นั่นก็คือจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั่นเอง.. ที่บอกว่าไม่ไกลเพราะว่าเราใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น เห็นไหมล่ะ! ว่าไม่ไกลเลย (หราาาาา) ก็ทุกวันนี้การเดินทางแสนจะสะดวกสบาย แถมค่าใช้จ่ายก็ถูกอี๊กกกก.. ก็เพราะเราเปรียบเทียบราคาและจองตั๋วเครื่องบินผ่านตัวแทนจำหน่ายตั๋ว อย่างเว็บไซต์ Traveloka นั่นเอง นอกจากจะได้เห็นราคาที่ต้องจ่ายจริงโดยไม่มีการบวกเพิ่มเติมแล้ว เรายังได้ตั๋วเครื่องบินในราคาที่ถูกและน่าพอใจสุด ๆ อีกด้วย (ได้ตั๋วราคาถูกก็รู้สึกชนะอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน 555+) ที่สำคัญบริการฟรี 24 ชั่วโมง ประหยัดทั้งเงิน ประหยัดทั้งเวลา แล้วจะรออะไรล่ะ! ก็บินเลยซิคร้าบบบ (ฟิ้วววววว)           เราเริ่มเดินทางกันตั้งแต่เช้าด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เพื่อเดินทางไปสนามบินเชียงใหม่ และต่อเครื่องไปลงที่สนามบินแม่ฮ่องสอนด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG 237 ระหว่างรอต่อเครื่อง เราก็เข้าไปนั่งกินขนม นม น้ำ กันที่ Loungh ของสายการบิน พอใกล้เวลาก็เตรียมตัวขึ้นเครื่อง ใช้เวลาเพียง 35 นาทีก็เดินทางมาถึงสนามบินแม่ฮ่องสอนกันเป็นที่เรียบร้อย ถ้าใครไม่อยากเริ่มต้นทริปด้วยการนั่งรถ เราขอแนะนำการคมนาคมทางอากาศเลยจ้า รวดเร็วทันใจสุด ๆ และยิ่งตอนนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีเที่ยวบิน บินตรงจากเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน 10 เที่ยวต่อสัปดาห์ สะดวกสบายขึ้นอีกเย๊อะ...ลองดูได้ที่ www.traveloka.com/th-th/bangkok-airways ถึงแล้ววว สนามบินแม่ฮ่องสอน           แต่การเดินทางยังไม่จบลงแค่นี้นะคะ นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น เรายังต้องเดินทางต่อด้วยรถยนต์อีก 2 ชั่งโมง เพื่อไปยัง บ้านเมืองปอน แหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนที่คุณจะได้เรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบชาวไทใหญ่อย่างแท้จริง หลังจากที่หลับ ๆ ตื่น ๆ มา 2 ชั่วโมง ก็มาถึงชุมชนบ้านเมืองปอนซะที พอถึงปุ๊บ ป้าคำหลู่ (หนึ่งในกลุ่มสมาชิก) ก็ได้เตรียมอาหารพื้นเมืองของชาวไทใหญ่ไว้ให้ มีทั้ง น้ำพริกอุ๊ป หน้าตาจะคล้าย ๆ กับน้ำพริกอ่อง แต่จะแห้งกว่า เป็นเมนูที่โปรดมากค่า... หน่อโก้ หรือยำหน่อไม้นั่นเอง และก็ต้มจืดเต้าหู้หมูสับค่ะ แต่อาหารในแต่ละมือนั้นจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบในช่วงนั้น ๆ นะคะ  แต่รับรองว่าอร่อยไม่แพ้กันแน่นอนค่ะ น้ำพริกอุ๊ป หน่อโก้           กินอิ่มเรียบร้อย คุณสุวิทย์ วาริน ประธานกลุ่มฯ ก็ได้พาเราเยี่ยมชมโฮมสเตย์แบบไทใหญ่ที่มีเหลือเพียงหลังเดียวเท่านั้น ลักษณะเป็นบ้านใต้ถุนสูง หลังคาจั่วติดกัน 2 จั่ว มีนอกชาน ลมพัดเย็นตลอด โฮมสเตย์ที่นี่ถือเป็นโฮมสเตย์อย่างแท้จริง กินนอนอยู่กับชาวบ้านเลย ปัจจุบันนี้บ้านที่เข้าร่วมโครงการมีอยู่ด้วยกันถึง 19 หลัง ซึ่งจะเวียนไปตามลำดับ และไม่ต้องห่วงนะคะ เพราะที่นี่มีการจัดการโฮมสเตย์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยด้วย           นอกจากที่พักแล้ว บ้านเมืองปอน ยังมีฐานกิจกรรมให้ได้ร่วมสนุก และเรียนรู้วิถีชิตของชาวไทใหญ่มากยิ่งขึ้น ถึง 10 ฐานด้วยกัน อาทิ ชมบ้านโบราณ จักสาน ต้องลาย ปักเสื้อไทใหญ่ วัด เป็นต้น โฮมสเตย์เฮินไตใหญ่ การจักสานจากไม้ไผ่ สานกุ๊ปไตประยุกต์ หรือหมวกไทใหญ่ มีลวดลายวิจิตรบรรจง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์และมีเพียงบ้านเมืองปอนที่เดียวเท่านั้น การต้องลาย คือการฉลุลายลงบนกระดาษ เพื่อนำมาประดับจองพาราปราสาทไม้จำลอง ที่ใช้ในงานพิธีวันออกพรรษา และนำไปประดับวัด   วัดเมืองปอน           ต่อด้วยการเข้าชมอนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น (พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2) ภายในเป็นสถานที่รวบรวมสิ่งของโบราณของไทยและญี่ปุ่น ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพถ่ายในอดีต อีกทั้งยังมีห้องวีดีทัศน์ที่คอยบอกเล่าเรื่องราวครั้งอดีตของชาวไทใหญ่ที่อาศัยอยู่ในอำเภอขุนยวมให้ได้เรียนรู้ทั้งความเป็นอยู่ วิถีชีวิต เป็นต้น อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น (พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2)           จากนั้นเดินทางเข้าสู่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เราใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. ก็ถึงวัดพระนอน ตั้งอยู่เชิงดอยกองมู และได้เข้าไปสักการะ พระนอนองค์ใหญ่ ที่มีขนาดยาวถึง 12 เมตร สร้างด้วยศิลปะแบบไทใหญ่           ด้านในมีพิพิธภัณฑ์ชื่อว่า “พิพิธภัณฑ์เจ้าคุณโสภณสามัคคีนุสรณ์” ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อาทิ พระบรมอัฐิธาตุที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระสังฆราชฯ พระเครื่องเก่าแก่รุ่นต่าง ๆ หลายร้อยองค์ พระพุทธรูปทองคำปางต่าง ๆ คัมภีร์กรรมวาจาของพระสงฆ์พม่าทำด้วยทองสำริด ถ้วยใส่ข้าวแกงของเจ้าเมืองทำจากญี่ปุ่น กาน้ำชาของเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน ธนบัตรพม่าสมัยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ข้าวของมีค่าต่าง ๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในตู้กระจกที่ติดลูกกรงกั้นอีกชั้นหนึ่งอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันของสูญหาย           ออกจากวัดพระนอนมา พระอาทิตย์ก็ลับขอฟ้าไปแล้วเช่นกัน ทำให้ความตั้งใจที่เราจะขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกที่วัดพระธาตุดอยกองมูของเราสลายไป แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะความงามของพระธาตุนั้นยังคงเดิมค่ะ ยิ่งมีแสงจากหลอดไฟด้วยแล้ว พระธาตุยิ่งดูงดงามขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ และจากวัดพระธาตุดอยกองมู สามารถมองเห็นวิวเมืองแม่ฮ่องสอนได้ถึง 180 องศาเลยทีเดียว วัดพระธาตุดอยกองมู           หลังจากสักการะปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแม่ฮ่องสอนเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลากิน กิน กิน เรากินข้าวเย็นกันที่ร้านใบเฟิร์น ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากวัดเท่าไหร่นัก เป็นร้านอาหารพื้นเมืองของแม่ฮ่องสอน อาทิ น้ำพริกอุ๊ป ไก่ย่างใบเฟิร์น ยำผักกูด เป็นต้น ร้านใบเฟิร์น           อิ่มท้องกันไปแล้ว ก็กลับเข้าที่พัก เพื่อพักเอาแรงสำหรับการเดินทางเที่ยวต่อในวันรุ่งขึ้น ขอบอกเลยว่า ต้องนอนให้พอจริง ๆ นะ ไม่งั้นมีมึนแน่ ๆ zzZZZ           อ๊าาาา หลับสบาย ตื่นมาหน้าก็อิ่มเอิบเป็นธรรมดาเนอะ (หรือหน้าบานอยู่แล้วตั้งแต่แรกก็ไม่รู้นะ 555+) แต่ก่อนที่เราจะไปเดินทางนั้น ก็ขอแวะเติมพลังกันซักนิดที่ร้านคอฟฟี่ มอร์นิ่ง ร้านกาแฟยามเช้าอยู่ตรงข้ามสำนักงานเทศบาลแม่ฮ่องสอน ภายในตกแต่งสไตล์เรโทร (Retro) มีหนังสือให้อ่าน และมีโปสการ์ดขาย บรรยากาศดูกันเอง อารมณ์เหมือนนั่งจิบกาแฟ พร้อมทั้งอ่านหนังสืออยู่ที่บ้านเลยทีเดียว ร้านคอฟฟี่ มอร์นิ่ง           เลยไปอีกนิดจะเป็น อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มาถึงเมืองท่าน อย่าลืมไปสักการะท่านด้วยนะจ้ะ อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา           เมื่อร่างกายพร้อม เราก็พร้อมออกเดินทางต่อกันแล้ว เช้านี้เราจะไปตามที่เขาเล่าว่า...สะพานอธิษฐานสำเร็จ ที่แห่งนี้ก็คือ สะพานซูตองเป้ สะพานไม้ไผ่แห่งศรัทธา สะพานที่สร้างจากความศรัทธา และการร่วมแรงร่วมใจของพระภิกษุสงฆ์และชาวบ้าน จนกลายมาเป็นความเชื่อที่ว่า หากใครเดินข้ามผ่านสะพาน แล้วไปอธิษฐาน ณ วัดที่ปลายสะพาน ความสำเร็จที่หวังก็จะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม สะพานซูตองเป้           ต่อกันด้วยการพอกโคลนบ่อน้ำแร่ 1 ใน 3 แหล่งของโลกที่มีการขุดพบโคลนธรรมชาติที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงผิว เทียบเท่ากับโคลนจากทะเลสาบเดดซี ถือเป็นสุดยอดสปาที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่ ภูโคลนคันทรีคลับ พร้อมทั้งได้แช่เท้าในบ่อน้ำแร่ ช่วยให้ผ่อนคลายจากการเดินทางได้ดีเลยทีเดียว ภูโคลนคันทรีคลับ           จากนั้นก็เป็นเวลาที่เราโปรดปรานสุด ๆ นั่นก็คือการกิน 555+ เราจะไปกินข้าวกลางวันกันที่ ร้านอาหารลีไวน์รักไทย มื้อนี้เราจะกินอาหารจีนยูนานกัน ที่ขึ้นชื่อที่สุดก็ต้องเป็นเมนูขาหมูหมั่นโถว ขาหมูเน้น ๆ กินกับหมั่นโถวร้อน ๆ อร่อยสุด ๆ ไปเลย และไม่ได้มีเพียงเมนูเดียวเท่านั้นที่อร่อยเด็ด ยำใบชา ผัดผักซาโยเต้ ขาเห็ดทอด ไก่ดำตุ่นยาจีน และอีกมากมายก็อร่อยเด็ดไม่แพ้กันค่ะ ร้านอาหารลีไวน์รักไทย           อ้อ!! ส่วนใครที่อยากมาพักผ่อน รอชมหมอกยามเช้า ที่นี่ก็มีที่พักไว้รองรับเช่นกัน แอบบอกว่า ฟินสุด ๆ ไปเลย  และไม่ว่าที่อื่น ๆ จะอากาศร้อนแค่ไหน จะ 35 หรือ 40 องศา แต่ที่นี่ก็ยังคงความ 20 องศาเซลเซียสไว้ อากาศถึงได้เย็นสบายตลอดทั้งปี ใครมาแล้วไม่หลงรักก็บ้าแล้ววววว           เพราะงั้นจากนี้ไปเราก็ต้องขอตัวไปนั่งกินลมชมบรรยากาศยามบ่าย เย็น และเช้าวันรุ่งขึ้นของที่ หมู่บ้านรักไทยแห่งนี้กันก่อนก็แล้วกันนะ แล้วเราจะไปหายใจทิ้ง และเก็บอากาศบริสุทธิ์มาฝากเพื่อน ๆ เยอะ ๆ นะคะ ... อย่าลืมล่ะ ร้อยปากว่า ก็ไม่เท่าการได้ไปสัมผัส ณ สถานที่จริงด้วยตัวเอง เราก็เเอบหวังว่าจังหวัดนี้จะถูกเก็บอยู่ในลิสต์ของเพื่อน ๆ ในช่วงหนาวนี้นะคะ :))  ลีไวน์บ้านรักไทย  ขอขอบคุณผู้สนับสนุนการเดินทาง : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กองตลาดภาคเหนือ   Refer : แม่ฮ่องสอน (Mae Hong Son)   DETAIL : สถานที่ / Address  :  บ้านเมืองปอน (Ban Muang Pon) ที่ตั้ง / Location  :  หมู่ที่ 1 และ 2  ตำบลเมืองปอน อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58140 เบอร์โทร / Tel  :  08 2162 0459, 08 1784 4340 เบอร์แฟกซ์ / Fax  :  N/A อีเมลล์ / E-mail  :  N/A เว็บไซต์ / Website  :  www.facebook.com/banmuangPON/ การเดินทาง / Directions  :…

คะแนน Reviews สำหรับที่เที่ยว

0

100

มาเริ่มต้นหน้าฝนด้วยทริปดี ๆ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองตลาดภาคเหนือ เราเริ่มเดินทางกันตั้งแต่เช้าด้วยสายการบินแอร์เอเชีย เพื่อเดินทางไปสนามบินเชียงใหม่ และต่อเครื่องไปลงที่สนามบินแม่ฮ่องสอนด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG 237 ระหว่างรอต่อเครื่อง เราก็เข้าไปนั่งกินขนม นม น้ำ กันที่ Lough ของสายการบิน พอใกล้เวลาก็เตรียมตัวขึ้นเครื่อง ใช้เวลาเพียง 35 นาทีก็เดินทางมาถึงสนามบินแม่ฮ่องสอนกันเป็นที่เรียบร้อย ถ้าใครไม่อยากเริ่มต้นทริปด้วยการนั่งรถ เราขอแนะนำการคมนาคมทางอาหาศเลยจ้า รวดเร็วทันใจสุด ๆ และยิ่งตอนนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีเที่ยวบิน บินตรงจากเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน 10 เที่ยวต่อสัปดาห์ สะดวกสบายขึ้นอีกเย๊อะ...

User Rating: 4.95 ( 1 votes)
0

Comments

comments

You need to login or register to bookmark/favorite this content.

Author: parn04072534
Tags

Leave a Reply

Login

15 + fourteen =

Lost your password?