Review : รีวิว – ผุดความงดงาม…เมื่อยามน้ำลด @ สังขละบุรี

 

Review by : น้องหญิง
Date : June 2016



ผุดความงดงาม…เมื่อยามน้ำลด @
สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในไทย สังขละบุรี

          ไกลจนเมื่อยตูดมาก!! แล้วมาเสียหน้าร้อน แดดแผดเผา จนกันแดด SPF เท่าไหร่ก็คงเอาไม่อยู่ กับ สะพานมอญ”  สะพานที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สะพานอุตตมานุสรณ์” ​ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยและเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่าเลยทีเดียว!!! (มาผิดช่วงชัดๆ)

RV1-71-009-052

RV1-71-009-055

RV1-71-009-056

          คนที่นี้ส่วนใหญ่จะถือว่าเป็นสะพานแห่งศรัทธา ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนในสังขละบุรีช่วยกันสร้างขึ้นมา

RV1-71-009-053

RV1-71-009-001

          โดยทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติ และถือเป็นกำไรที่ได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญอีกด้วย เป็นสะพานที่เปรียบเสมือนสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทยในดินแดนสุดขอบประเทศนี้จริงๆ

RV1-71-009-010

RV1-71-009-002

          ตอนเช้าตรู่ประมาณ  6.00 – 7.00 น. เราจะได้เห็นช่วงเวลาใช้วิถีชีวิตของชาวมอญ ที่ใส่บาตรพระในทุกเช้า ถ้าหากเราต้องการใส่บาตร จะมีของขายบริเวณหมู่บ้านมอญเพื่อร่วมทำบุญด้วย (ตอนเช้าๆอากาศดี๊ดี ยังไม่ร้อนมาก)

RV1-71-009-013

          น้องๆชาวมอญมาขายของใส่บาตรเพื่อทำบุญตอนเช้า

RV1-71-009-012

RV1-71-009-011

RV1-71-009-008

RV1-71-009-009

          ของใส่บาตรยามเช้า

RV1-71-009-005

RV1-71-009-003

          เรารู้สึกชอบวัฒนธรรมของเค้ามาก ทั้งการปะแป้ง การทำดอกไม้ขายในแบบชุมชน การเทินของต่างๆขึ้นไปบนหัว (สุดยอดมาก สมดุลดีสุด!!) ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่หรือคนแก่ ยกนิ้วให้เลย!

RV1-71-009-006

RV1-71-009-007

RV1-71-009-042

RV1-71-009-041

RV1-71-009-040

RV1-71-009-039

การเทินของแต่ละคนไม่ใช่เล่นๆเลยยย *0*

          ฝั่งหมู่บ้านมอญ สามารถเที่ยวชมบ้านเรือนในแบบชาวมอญ มีร้านค้าและของที่ระลึก หรือจะแวะชิมอาหารพื้นบ้านของชาวมอญก็ได้ฟิลดีนะ ~ มองบรรยากาศรอบๆก็เพลินตานะ เพราะชาวมอญจะยังคงนุ่งซิ่น มีสไบพาดไหล่ ทาแป้งทานาคาที่เป็นสีเหลืองไว้บนใบหน้า เป็นลวดลาย
          ช่วงบ่ายๆ เราออกเรือไปชมสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็น UNSEEN THAILAND โดยเริ่มจาก วัดศรีสุวรรณารามเก่า” คนส่วนใหญ่อาจจะมาที่นี้แล้วไม่ได้เจอน้ำที่ลดเยอะขนาดนี้ (สามารถเดินเข้าไปดูบริเวณด้านในได้) วัดจมน้ำในเขตเมืองสังขละบุรีเก่า หลังจากสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทำให้ตัวเมืองสังขละบุรีเก่าจมอยู่ใต้น้ำ

RV1-71-009-035

RV1-71-009-034

RV1-71-009-033

RV1-71-009-029

RV1-71-009-032

RV1-71-009-031

RV1-71-009-038

วัดศรีสุวรรณารามเก่า

          ต่อกันที่  วัดสมเด็จ(เก่า)”  อยู่บนเนินเขาเล็กๆ ตรงข้ามเมืองบาดาล เป็นวัดที่ไม่ได้จมน้ำ แต่ถูกทิ้งร้างไว้ตอนสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ (เขื่อนเขาแหลม) อุโบสถของวัดสมเด็จมีพระประธานสภาพค่อนข้างสมบูรณ์รอบตัวโบสถ์มีต้นไทรใหญ่ปกคลุม มองแล้วดูมีมนต์ขลัง มีเสน่ห์สุดๆ  

RV1-71-009-037

RV1-71-009-028

RV1-71-009-048

RV1-71-009-051

RV1-71-009-050

RV1-71-009-027

RV1-71-009-049

RV1-71-009-047

วัดสมเด็จ(เก่า)

          และแล้วก็มาถึงวัดใต้น้ำหรือ วัดวังก์วิเวการาม(เก่า)”  ซากโบราณสถานที่จมอยู่ใต้น้ำ เล่ากันว่าเป็นวัดหลวงพ่ออุตตมะ จนหลายคนเรียกกันว่าเมืองบาดาล ช่วงฤดูร้อนประมาณเดือนมีนาคม – เมษายน เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำหลังเขื่อนลดลงมาก จนสามารถเดินเข้าไปชมโบสถ์เก่าได้ ส่วนช่วงปลายฝนต้นหนาว อาจจะได้เห็นแค่บางส่วนของโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา เพราะทุกอย่างจะจมกลับลงไปในน้ำ กลายเป็นเมืองบาดาล…

RV1-71-009-026

RV1-71-009-016

RV1-71-009-021

RV1-71-009-017

RV1-71-009-046

          นำดอกไม้เข้าไปไหว้ โดยการอุดหนุนเด็กชาวมอญ

RV1-71-009-045

          ก่อนเข้าไปไหว้ ต้องนำมือไปแตะกำแพงเพื่อขออนุญาตเข้าไปด้านใน

RV1-71-009-024

RV1-71-009-023

RV1-71-009-018

RV1-71-009-019

RV1-71-009-044

RV1-71-009-020

RV1-71-009-043

วัดวังก์วิเวการาม(เก่า)

          ความงามของสถานที่ท่องเที่ยวนั้น จะมาช่วงไหน…ก็จะมีความงดงามที่แตกต่างกันไป ทั้งบรรยากาศ วิวทิวทัศน์ การใช้ชีวิต  Zeekway  อยากให้ทุกคน  ได้เที่ยวทั่วเมืองไทยในทุกฤดู เพื่อสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ มุมมองใหม่สถานที่ใหม่ พร้อมเติมพลังรับวันใหม่อย่างเต็มที่…. ฮึบ!!

RV1-71-009-054

Refer : สะพานมอญ กาญจนบุรี (Mon Bridge Kanchanaburi)


Map :

15.143351, 98.449862

  Review by : น้องหญิง Date : June 2016 ผุดความงดงาม...เมื่อยามน้ำลด @ สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในไทย สังขละบุรี           ไกลจนเมื่อยตูดมาก!! แล้วมาเสียหน้าร้อน แดดแผดเผา จนกันแดด SPF เท่าไหร่ก็คงเอาไม่อยู่ กับ “สะพานมอญ”  สะพานที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สะพานอุตตมานุสรณ์” ​ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยและเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่าเลยทีเดียว!!! (มาผิดช่วงชัดๆ)           คนที่นี้ส่วนใหญ่จะถือว่าเป็นสะพานแห่งศรัทธา ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนในสังขละบุรีช่วยกันสร้างขึ้นมา           โดยทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติ และถือเป็นกำไรที่ได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญอีกด้วย เป็นสะพานที่เปรียบเสมือนสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทยในดินแดนสุดขอบประเทศนี้จริงๆ           ตอนเช้าตรู่ประมาณ  6.00 - 7.00 น. เราจะได้เห็นช่วงเวลาใช้วิถีชีวิตของชาวมอญ ที่ใส่บาตรพระในทุกเช้า ถ้าหากเราต้องการใส่บาตร จะมีของขายบริเวณหมู่บ้านมอญเพื่อร่วมทำบุญด้วย (ตอนเช้าๆอากาศดี๊ดี ยังไม่ร้อนมาก)           น้องๆชาวมอญมาขายของใส่บาตรเพื่อทำบุญตอนเช้า           ของใส่บาตรยามเช้า           เรารู้สึกชอบวัฒนธรรมของเค้ามาก ทั้งการปะแป้ง การทำดอกไม้ขายในแบบชุมชน การเทินของต่างๆขึ้นไปบนหัว (สุดยอดมาก สมดุลดีสุด!!) ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่หรือคนแก่ ยกนิ้วให้เลย! การเทินของแต่ละคนไม่ใช่เล่นๆเลยยย *0*           ฝั่งหมู่บ้านมอญ สามารถเที่ยวชมบ้านเรือนในแบบชาวมอญ มีร้านค้าและของที่ระลึก หรือจะแวะชิมอาหารพื้นบ้านของชาวมอญก็ได้ฟิลดีนะ ~ มองบรรยากาศรอบๆก็เพลินตานะ เพราะชาวมอญจะยังคงนุ่งซิ่น มีสไบพาดไหล่ ทาแป้งทานาคาที่เป็นสีเหลืองไว้บนใบหน้า เป็นลวดลาย           ช่วงบ่ายๆ เราออกเรือไปชมสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็น UNSEEN THAILAND โดยเริ่มจาก “วัดศรีสุวรรณารามเก่า” คนส่วนใหญ่อาจจะมาที่นี้แล้วไม่ได้เจอน้ำที่ลดเยอะขนาดนี้ (สามารถเดินเข้าไปดูบริเวณด้านในได้) วัดจมน้ำในเขตเมืองสังขละบุรีเก่า หลังจากสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ ทำให้ตัวเมืองสังขละบุรีเก่าจมอยู่ใต้น้ำ วัดศรีสุวรรณารามเก่า           ต่อกันที่  “วัดสมเด็จ(เก่า)”  อยู่บนเนินเขาเล็กๆ ตรงข้ามเมืองบาดาล เป็นวัดที่ไม่ได้จมน้ำ แต่ถูกทิ้งร้างไว้ตอนสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ (เขื่อนเขาแหลม) อุโบสถของวัดสมเด็จมีพระประธานสภาพค่อนข้างสมบูรณ์รอบตัวโบสถ์มีต้นไทรใหญ่ปกคลุม มองแล้วดูมีมนต์ขลัง มีเสน่ห์สุดๆ   วัดสมเด็จ(เก่า)           และแล้วก็มาถึงวัดใต้น้ำหรือ “วัดวังก์วิเวการาม(เก่า)”  ซากโบราณสถานที่จมอยู่ใต้น้ำ เล่ากันว่าเป็นวัดหลวงพ่ออุตตมะ จนหลายคนเรียกกันว่าเมืองบาดาล ช่วงฤดูร้อนประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำหลังเขื่อนลดลงมาก จนสามารถเดินเข้าไปชมโบสถ์เก่าได้ ส่วนช่วงปลายฝนต้นหนาว อาจจะได้เห็นแค่บางส่วนของโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา เพราะทุกอย่างจะจมกลับลงไปในน้ำ กลายเป็นเมืองบาดาล...           นำดอกไม้เข้าไปไหว้ โดยการอุดหนุนเด็กชาวมอญ           ก่อนเข้าไปไหว้ ต้องนำมือไปแตะกำแพงเพื่อขออนุญาตเข้าไปด้านใน วัดวังก์วิเวการาม(เก่า)           ความงามของสถานที่ท่องเที่ยวนั้น จะมาช่วงไหน...ก็จะมีความงดงามที่แตกต่างกันไป ทั้งบรรยากาศ วิวทิวทัศน์ การใช้ชีวิต  Zeekway  อยากให้ทุกคน  ได้เที่ยวทั่วเมืองไทยในทุกฤดู เพื่อสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ มุมมองใหม่สถานที่ใหม่ พร้อมเติมพลังรับวันใหม่อย่างเต็มที่…. ฮึบ!! Refer : สะพานมอญ กาญจนบุรี (Mon Bridge Kanchanaburi) Map : 15.143351, 98.449862

คะแนน Reviews สำหรับที่เที่ยว

0

100

ไกลจนเมื่อยตูดมาก!! แล้วมาเสียหน้าร้อน แดดแผดเผา จนกันแดด SPF เท่าไหร่ก็คงเอาไม่อยู่ กับ “สะพานมอญ” สะพานที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สะพานอุตตมานุสรณ์” ​ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยและเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่าเลยทีเดียว!!! (มาผิดช่วงชัดๆ)

User Rating: Be the first one !
0

Comments

comments

You need to login or register to bookmark/favorite this content.

Author: parn04072534
Tags

Leave a Reply

Login

ten + seventeen =

Lost your password?