REVIEW : รีวิว – green journey @ Coro Field

Review by : Jalalang
Date : July 2016



green journey with CORORO KUNG! @ Coro Field

          ช่วงฤดูการท่องเที่ยวกับธีมเขียว ๆ ของ Green Season ZEEKWAY เลยขอเปลี่ยนอารมณ์จากการเที่ยวป่าเขาลำเนาไพรมาเป็นฟาร์มน่ารัก ๆ ในแบบฉบับ Lifestyle Farming ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะดึงดูดให้เราจมอยู่กับอารมณ์สีเขียวของชาวเกษตรในแบบชิค ๆ ได้ทั้งวัน
          Coro Field (โคโรฟิลด์) เป็นฟาร์มเกษตรไลฟ์สไตล์ที่ปลูกพืชด้วยระบบ Organic 100% ตั้งอยู่ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่นี่มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นที่ผสมผสานกับการเกษตรในแบบไทยสไตล์ได้อย่างพอดิบพอดี โดดเด่นด้วยการออกแบบและตกแต่ง Minimal Style น้อยแต่เยอะ เน้นความเรียบง่ายด้วยโทนสีขาวเป็นหลัก เพื่อให้ดูสว่าง สะอาด และสบายตา แถมยังได้ CORORO KUNG (โคโรโระคุง) มาสคอตอารมณ์ดีตัวอ้วนกลมคอยเรียกแขกอยู่ด้านหน้า เอาเป็นว่าถ้าเป็นสาว ๆ ล่ะก็.. เสร็จความน่ารักของเจ้าโคโคโระคุงแน่นอน

701-0025-061 701-0025-046 701-0025-047 701-0025-043 701-0025-060

          Coro Field ถูกนิยามไว้ว่า เป็นสนามหญ้าสีเขียวที่จะทำให้เวลาของคนที่ได้มาสัมผัสกับที่แห่งนี้หมุนช้าลง นั่นก็มาจากคำว่า Coro (โคโร่) ในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า ‘เวลา’ และ Field (ฟิลด์) หมายถึง ‘สนามหญ้ากว้าง ๆ’ โดยมีโคโคโระคุงเป็นผู้ดูแล ซึ่งโคโคโระคุงนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึง “ดิน” เพราะที่นี่จะให้ความเคารพต่อดินและพืชมาก ๆ จึงแสดงออกผ่านตัวโคโรโระคุงที่ทำงานหนักที่สุดและดูแลที่แห่งนี้มากที่สุดกว่าทุก ๆ คน ด้วยอิริยาบถการทำงานต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณรอบ ๆ ฟาร์มนั่นเองค่ะ

701-0025-025 701-0025-029

        ถ้าจะให้บอกว่าไฮไลท์ของ Coro Field คืออะไร ก็คงต้องเป็นผลผลิต Organic อย่าง เมล่อน สายพันธุ์ญี่ปุ่นที่ถูกปลูกในโรงเรือนระบบปิด ซึ่งมีให้เลือกถึง 4 สายพันธุ์ ได้แก่ โทมิเมล่อน , โยชิเมล่อน , โทโมโกะเมล่อน และ ยูกิเมล่อน แต่ที่เป็นไฮไลท์ของบรรดาเมล่อนทั้ง 4 สายพันธุ์คงต้องยกให้ โทมิเมล่อน เมล่อนเปลือกสีทองที่มีเนื้อสีเขียว รสกรอบ หอมหวานบาดใจ และ โยชิเมล่อน เมล่อนเปลือกสีเขียว มีเนื้อสีส้ม รสนุ่ม กลิ่นหอมละมุน เหมาะสำหรับคนชอบรสชาติที่ไม่หวานจนเกินไป

701-0025-056 701-0025-041

          บนพื้นที่ 140 ไร่ของ Coro Field ถูกแบ่งออกเป็น 4 เฟส แต่ในช่วงนี้จะเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเพียงแค่ 1 เฟสเท่านั้น ซึ่งใน 1 เฟสนี้ก็จะถูกแบ่งพื้นที่กิจกรรมออกเป็น 4 โซน คือ
          Coro Café & Market ภายในโซนนี้จะมีทั้งในส่วนของ Café ที่มีเมนูสุขภาพให้เลือกมากมาย และในส่วนของ Market ที่จำหน่ายสินค้าและผลผลิตต่าง ๆ ของฟาร์ม ไม่ว่าจะเป็นผักสด ผลไม้สด หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ

Coro Café

701-0025-059Melon Smoothie Soy Milk

701-0025-001Rotee Island (โรตี ไอร์แลนด์) ราคา 185 บาท

701-0025-012Melon Katsuo (เมล่อน คัตซึโอะ) ราคา 145 บาท

701-0025-052เบอร์เกอร์โฮมเมดหมูชาชู ราคา 195 บาท

701-0025-050ข้าวกระเพราเห็ด หน้าไก่คาราเกะ ราคา 185 บาท

701-0025-007พาสต้ายากิโซบะ ราคา 165 บาท

Coro Market

701-0025-048701-0025-049701-0025-063

          Coro House โซนนี้จะเป็นกิจกรรมการชมกรีนเฮ้าส์ที่ทันสมัยที่สุดในอาเซียน พร้อมคำบรรยายโดยละเอียด ทำให้เราได้ทราบว่ากระบวนการปลูกเมล่อนของที่นี่ ล้วนใส่ใจและตั้งใจมากพอ ๆ กับเทคโนโลยีที่นำเข้ามาใช้งาน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบที่ใช้ในการเพาะปลูกอย่าง ดิน ก็จะใช้เป็นขุยมะพร้าวแทน เนื่องจากมีความชุ่มชื้น อุ้มน้ำได้ดี และมีความร่วนซุยอยู่ตลอดเวลา เมื่อโดนน้ำแล้วจะไม่เกิดการแน่นตัวเหมือนดินทั่ว ๆ ไป ทำให้รากของเมล่อนสามารถชอนไชหาสารอาหารได้อย่างเต็มที่ หรือจะเป็นความละเอียดขั้นกว่าด้วยการนับใบของต้นเมล่อน ที่แต่ละต้นต้องมีไม่เกิน 25 – 27 ใบเท่านั้น รวมไปถึงการผสมเกสรของต้นเมล่อนที่ต้องใช้มือคนในการผสม โดยจะทำทั้งหมด 5 ครั้ง จึงทำให้ได้ผลผลิตทั้งหมด 5 ลูกต่อ 1 ต้น แต่จะถูกคัดเลือกให้เหลือลูกที่สมบูรณ์ที่สุดเพียงลูกเดียวเท่านั้น เพื่อมาตรฐานของผลผลิตที่ดีที่สุด

701-0025-033 701-0025-031 701-0025-035 701-0025-057

          Coro Me มุมชิค ๆ ที่ให้เราได้สร้างสรรค์ไอเดียในการตกแต่งต้นไม้ หรือที่นี่จะเรียกว่า GIY (Glow It Yourself) ด้วยหินกรวด เม็ดทรายสีสันสดใส และตุ๊กตาเซรามิกขนาดจิ๋วแสนน่ารัก หรือจะเป็นการอุปถัมภ์ต้นไม้ (Adopt) ซึ่งจะมีให้เลือก 3 ประเภท คือ ต้นไม้ขนาดเล็ก , ต้นบอนไซเล็ก และ สวนขวด ซึ่งเราจะสามารถตั้งชื่อให้กับต้นไม้ที่เลือกได้ พร้อมเซ็นใบรับต้นไม้เพื่อเป็นสัญญาใจว่าจะดูแลต้นไม้ต้นของเราให้ดีที่สุด รวมไปถึง Gift Station แหล่งรวมของฝากเก๋ ๆ สไตล์ Coro Field ก็มีให้เลือกช้อปกลับบ้านเช่นกัน

701-0025-026 701-0025-022 701-0025-019 701-0025-018 701-0025-014 701-0025-053 701-0025-023 701-0025-016

          Coro Garden  กิจกรรมที่จะให้เราได้ลองปลูกต้นไม้ สัมผัสกับต้นพืชแบบใกล้ชิด และการเก็บเกี่ยวผลผลิตสด ๆ จากฟาร์มด้วยตัวเอง

701-0025-042 701-0025-027 701-0025-055

          นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Cooking Class ซึ่งจะเป็นการสอนทำอาหารในสไตล์ Coro Field Farm และการปั่นจักรยานเยี่ยมชมวิถีการเกษตรของชุมชนรอบ ๆ อีกด้วย หากใครสนใจกิจกรรมไหนก็สามารถติดตามได้จากหน้า Fan Page ของ Coro Field ตามลิงค์นี้เลยค่ะ www.facebook.com/corofieldTH
          การเดินทางบนพื้นที่สีเขียวในดินแดนของ “โคโรโระคุง” วันนี้ นอกจากจะอิ่มท้องไปกับอาหารที่แสนอร่อยและมีประโยชน์แล้ว ยังทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ของการทำฟาร์มเกษตร ที่นอกจากจะใช้เทคโนโลยีและความรู้มาเป็นส่วนประกอบหลัก การใส่ใจและใส่ไอเดียใหม่ ๆ ลงไปในงานเกษตรนั้น ก็ทำให้คนที่อยู่ท่ามกลางป่าคอนกรีตอย่างเราเข้าถึงอย่างง่ายดาย พร้อมกับหลงรักโลกสีเขียวที่เริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากกระถางใบจิ๋วที่อยู่ในมือ พร้อมกับสัญญาใจว่าเราจะอุปถัมภ์เค้าไว้อย่างดีที่สุด..

701-0025-065

 

Refer : โคโรฟิลด์ (Coro Field)


 

DETAIL :

  • สถานที่ / Address  :  Coro Field (โคโรฟิลด์)
  • ที่ตั้ง / Location  :  17 ถนนราชบุรี-ผาปก ตำบลป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 70180
  • เบอร์โทร / Tel  :  09 2569 4791
  • เบอร์แฟกซ์ / Fax  :  N/A
  • อีเมล / E-mail  :  N/A
  • เว็บไซต์ / Website  : www.facebook.com/corofieldTH , www.corofield.com
  • เวลาเปิด-ปิด / Open-Closed  : โซนคาเฟ่ เปิดทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.
    วันเสาร์ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น.

    โซนอื่น ๆ เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น.
  • การเดินทาง / Directions  :  จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนบรมราชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338) และต่อด้วยถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านจังหวัดนครปฐมเข้าตัวเมืองจังหวัดราชบุรี เมื่อถึงสี่แยกไฟแดงห้วยไผ่ให้เลี้ยวขวาเพื่อใช้เส้นทางสาย 3208 จากนั้นวิ่งตรงไปเรื่อย ๆ ผ่านแยกชัฎป่าหวายเพื่อให้เส้นทางถนนสาย 3087 (ถนนราชบุรี – ผาปก) จะผ่านโรงพยาบาลสวนผึ้ง วิ่งผ่านโรงพยาบาลมาอีกประมาณ 2 กม. จะเห็น Coro Field อยู่ทางด้านซ้ายมือติดถนนใหญ่

 Map :

13.544866, 99.423891

Review by : Jalalang Date : July 2016 green journey with CORORO KUNG! @ Coro Field           ช่วงฤดูการท่องเที่ยวกับธีมเขียว ๆ ของ Green Season ZEEKWAY เลยขอเปลี่ยนอารมณ์จากการเที่ยวป่าเขาลำเนาไพรมาเป็นฟาร์มน่ารัก ๆ ในแบบฉบับ Lifestyle Farming ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะดึงดูดให้เราจมอยู่กับอารมณ์สีเขียวของชาวเกษตรในแบบชิค ๆ ได้ทั้งวัน           Coro Field (โคโรฟิลด์) เป็นฟาร์มเกษตรไลฟ์สไตล์ที่ปลูกพืชด้วยระบบ Organic 100% ตั้งอยู่ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่นี่มีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นที่ผสมผสานกับการเกษตรในแบบไทยสไตล์ได้อย่างพอดิบพอดี โดดเด่นด้วยการออกแบบและตกแต่ง Minimal Style น้อยแต่เยอะ เน้นความเรียบง่ายด้วยโทนสีขาวเป็นหลัก เพื่อให้ดูสว่าง สะอาด และสบายตา แถมยังได้ CORORO KUNG (โคโรโระคุง) มาสคอตอารมณ์ดีตัวอ้วนกลมคอยเรียกแขกอยู่ด้านหน้า เอาเป็นว่าถ้าเป็นสาว ๆ ล่ะก็.. เสร็จความน่ารักของเจ้าโคโคโระคุงแน่นอน           Coro Field ถูกนิยามไว้ว่า เป็นสนามหญ้าสีเขียวที่จะทำให้เวลาของคนที่ได้มาสัมผัสกับที่แห่งนี้หมุนช้าลง นั่นก็มาจากคำว่า Coro (โคโร่) ในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า ‘เวลา’ และ Field (ฟิลด์) หมายถึง ‘สนามหญ้ากว้าง ๆ’ โดยมีโคโคโระคุงเป็นผู้ดูแล ซึ่งโคโคโระคุงนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึง “ดิน” เพราะที่นี่จะให้ความเคารพต่อดินและพืชมาก ๆ จึงแสดงออกผ่านตัวโคโรโระคุงที่ทำงานหนักที่สุดและดูแลที่แห่งนี้มากที่สุดกว่าทุก ๆ คน ด้วยอิริยาบถการทำงานต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณรอบ ๆ ฟาร์มนั่นเองค่ะ         ถ้าจะให้บอกว่าไฮไลท์ของ Coro Field คืออะไร ก็คงต้องเป็นผลผลิต Organic อย่าง เมล่อน สายพันธุ์ญี่ปุ่นที่ถูกปลูกในโรงเรือนระบบปิด ซึ่งมีให้เลือกถึง 4 สายพันธุ์ ได้แก่ โทมิเมล่อน , โยชิเมล่อน , โทโมโกะเมล่อน และ ยูกิเมล่อน แต่ที่เป็นไฮไลท์ของบรรดาเมล่อนทั้ง 4 สายพันธุ์คงต้องยกให้ โทมิเมล่อน เมล่อนเปลือกสีทองที่มีเนื้อสีเขียว รสกรอบ หอมหวานบาดใจ และ โยชิเมล่อน เมล่อนเปลือกสีเขียว มีเนื้อสีส้ม รสนุ่ม กลิ่นหอมละมุน เหมาะสำหรับคนชอบรสชาติที่ไม่หวานจนเกินไป           บนพื้นที่ 140 ไร่ของ Coro Field ถูกแบ่งออกเป็น 4 เฟส แต่ในช่วงนี้จะเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเพียงแค่ 1 เฟสเท่านั้น ซึ่งใน 1 เฟสนี้ก็จะถูกแบ่งพื้นที่กิจกรรมออกเป็น 4 โซน คือ           Coro Café & Market ภายในโซนนี้จะมีทั้งในส่วนของ Café ที่มีเมนูสุขภาพให้เลือกมากมาย และในส่วนของ Market ที่จำหน่ายสินค้าและผลผลิตต่าง ๆ ของฟาร์ม ไม่ว่าจะเป็นผักสด ผลไม้สด หรือผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ Coro Café Melon Smoothie Soy Milk Rotee Island (โรตี ไอร์แลนด์) ราคา 185 บาท Melon Katsuo (เมล่อน คัตซึโอะ) ราคา 145 บาท เบอร์เกอร์โฮมเมดหมูชาชู ราคา 195 บาท ข้าวกระเพราเห็ด หน้าไก่คาราเกะ ราคา 185 บาท พาสต้ายากิโซบะ ราคา 165 บาท Coro Market           Coro House โซนนี้จะเป็นกิจกรรมการชมกรีนเฮ้าส์ที่ทันสมัยที่สุดในอาเซียน พร้อมคำบรรยายโดยละเอียด ทำให้เราได้ทราบว่ากระบวนการปลูกเมล่อนของที่นี่ ล้วนใส่ใจและตั้งใจมากพอ ๆ กับเทคโนโลยีที่นำเข้ามาใช้งาน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบที่ใช้ในการเพาะปลูกอย่าง ดิน ก็จะใช้เป็นขุยมะพร้าวแทน เนื่องจากมีความชุ่มชื้น อุ้มน้ำได้ดี และมีความร่วนซุยอยู่ตลอดเวลา เมื่อโดนน้ำแล้วจะไม่เกิดการแน่นตัวเหมือนดินทั่ว ๆ ไป ทำให้รากของเมล่อนสามารถชอนไชหาสารอาหารได้อย่างเต็มที่ หรือจะเป็นความละเอียดขั้นกว่าด้วยการนับใบของต้นเมล่อน ที่แต่ละต้นต้องมีไม่เกิน 25 – 27 ใบเท่านั้น รวมไปถึงการผสมเกสรของต้นเมล่อนที่ต้องใช้มือคนในการผสม โดยจะทำทั้งหมด 5 ครั้ง จึงทำให้ได้ผลผลิตทั้งหมด 5 ลูกต่อ 1 ต้น แต่จะถูกคัดเลือกให้เหลือลูกที่สมบูรณ์ที่สุดเพียงลูกเดียวเท่านั้น เพื่อมาตรฐานของผลผลิตที่ดีที่สุด           Coro Me มุมชิค ๆ ที่ให้เราได้สร้างสรรค์ไอเดียในการตกแต่งต้นไม้ หรือที่นี่จะเรียกว่า GIY (Glow It Yourself) ด้วยหินกรวด เม็ดทรายสีสันสดใส และตุ๊กตาเซรามิกขนาดจิ๋วแสนน่ารัก หรือจะเป็นการอุปถัมภ์ต้นไม้ (Adopt) ซึ่งจะมีให้เลือก 3 ประเภท คือ ต้นไม้ขนาดเล็ก , ต้นบอนไซเล็ก และ สวนขวด ซึ่งเราจะสามารถตั้งชื่อให้กับต้นไม้ที่เลือกได้ พร้อมเซ็นใบรับต้นไม้เพื่อเป็นสัญญาใจว่าจะดูแลต้นไม้ต้นของเราให้ดีที่สุด รวมไปถึง Gift Station แหล่งรวมของฝากเก๋ ๆ สไตล์ Coro Field ก็มีให้เลือกช้อปกลับบ้านเช่นกัน           Coro Garden  กิจกรรมที่จะให้เราได้ลองปลูกต้นไม้ สัมผัสกับต้นพืชแบบใกล้ชิด และการเก็บเกี่ยวผลผลิตสด ๆ จากฟาร์มด้วยตัวเอง           นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Cooking Class ซึ่งจะเป็นการสอนทำอาหารในสไตล์ Coro Field Farm และการปั่นจักรยานเยี่ยมชมวิถีการเกษตรของชุมชนรอบ ๆ อีกด้วย หากใครสนใจกิจกรรมไหนก็สามารถติดตามได้จากหน้า Fan Page ของ Coro Field ตามลิงค์นี้เลยค่ะ www.facebook.com/corofieldTH           การเดินทางบนพื้นที่สีเขียวในดินแดนของ “โคโรโระคุง” วันนี้ นอกจากจะอิ่มท้องไปกับอาหารที่แสนอร่อยและมีประโยชน์แล้ว ยังทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ของการทำฟาร์มเกษตร ที่นอกจากจะใช้เทคโนโลยีและความรู้มาเป็นส่วนประกอบหลัก การใส่ใจและใส่ไอเดียใหม่ ๆ ลงไปในงานเกษตรนั้น ก็ทำให้คนที่อยู่ท่ามกลางป่าคอนกรีตอย่างเราเข้าถึงอย่างง่ายดาย พร้อมกับหลงรักโลกสีเขียวที่เริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากกระถางใบจิ๋วที่อยู่ในมือ พร้อมกับสัญญาใจว่าเราจะอุปถัมภ์เค้าไว้อย่างดีที่สุด..   Refer : โคโรฟิลด์ (Coro Field)   DETAIL : สถานที่ / Address  :  Coro Field (โคโรฟิลด์) ที่ตั้ง / Location  :  17 ถนนราชบุรี-ผาปก ตำบลป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี 70180 เบอร์โทร / Tel  :  09 2569 4791 เบอร์แฟกซ์ / Fax  :  N/A อีเมล / E-mail  :  N/A เว็บไซต์ / Website  : www.facebook.com/corofieldTH , www.corofield.com เวลาเปิด-ปิด / Open-Closed  : โซนคาเฟ่ เปิดทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. วันเสาร์ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น. โซนอื่น ๆ เปิดทุกวันจันทร์ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. การเดินทาง / Directions  :  จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนบรมราชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338) และต่อด้วยถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านจังหวัดนครปฐมเข้าตัวเมืองจังหวัดราชบุรี เมื่อถึงสี่แยกไฟแดงห้วยไผ่ให้เลี้ยวขวาเพื่อใช้เส้นทางสาย 3208 จากนั้นวิ่งตรงไปเรื่อย ๆ ผ่านแยกชัฎป่าหวายเพื่อให้เส้นทางถนนสาย 3087 (ถนนราชบุรี – ผาปก) จะผ่านโรงพยาบาลสวนผึ้ง วิ่งผ่านโรงพยาบาลมาอีกประมาณ 2 กม. จะเห็น Coro Field อยู่ทางด้านซ้ายมือติดถนนใหญ่  Map : 13.544866, 99.423891

คะแนน REVIEWS สำหรับที่เที่ยว

0

100

Coro Field (โคโรฟิลด์) เป็นฟาร์มเกษตรไลฟ์สไตล์ที่ปลูกพืชด้วยระบบ Organic 100% โดยที่นี่ถูกนิยามไว้ว่าเป็นสนามหญ้าสีเขียว ที่จะทำให้เวลาของคนที่ได้มาสัมผัสหมุนช้าลง

User Rating: Be the first one !
0

Comments

comments

You need to login or register to bookmark/favorite this content.

Author: infoadmin
Tags

Leave a Reply

Login

eleven − three =

Lost your password?