ความสุขที่เรียบง่าย ณ ไร่พัณพรรณ

Review by : น้องไหม
Date : July 2016



ความสุขที่เรียบง่าย @ ไร่พัณพรรณ 

Processed with VSCO with hb2 preset

          เพื่อน ๆ มีใครเพิ่งเรียนจบบ้างคะ? รู้กันหรือยังว่าอยากทำอะไรต่อ? ส่วนตัวไหมเองเพิ่งเรียนจบสาขาจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าถึงแม้จะเรียนจบสี่ปี มีดีกรีปริญญาตรี แต่เรายังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกมากมาย โดยเฉพาะการเรียนรู้ที่จะรู้จักและเข้าใจตัวเอง ไหมรู้สึกว่าตัวเองควรที่จะหยุดคิดทบทวนสักครู่ ก่อนก้าวเดินหน้าต่อไปว่าชีวิตนี้เราชอบและต้องการอะไรจริง ๆ

ใคร ๆ ที่รู้จักไหมจะรู้ว่าเราสนใจเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพมาก ถ้ามองโดยรวมการมีสุขภาพที่ดีนั้นน่าจะเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยมากกว่าแค่การกิน หรือออกกำลัง โดยส่วนตัวเราว่าสุขภาพที่ดีนั้นอาจจะต้องมีมากกว่าแค่ปัจจัยของภาพลักษณ์ภายนอก น่าจะเป็นความสมดุลระหว่างสุขภาพกายและจิต รู้สึกอยากทำงานในสาย อาชีพที่ผสมผสานสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน แต่ก็ยังไม่รู้ว่างานที่ว่านั้นมีอยู่ไหม  ความสนใจเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ บวกกับเวลาที่ว่าง(มาก) หลังเรียนจบ ทำให้เราเริ่มคิดและพยายามหาอะไรทำ สุดท้ายเลยตัดสินใจว่าอยากลองออกไปหาประสบการณ์ เผื่อมันจะช่วยให้เรารู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้น จุดหมายของการเดินทางคือการไปเข้าคอร์สอบรมที่ไร่พัณพรรณของคุณโจน จันได ที่อำเภอพร้าว เราได้รู้จักคุณโจนผ่านหนังสือชีวประวัติเรื่อง “บุกรังโจน” เขียนโดย สุดใจ ข่าขันมณี หลังจากได้อ่านรู้สึกสนใจและชื่นชอบแนวคิดของคุณโจนมาก โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องการใช้ชีวิตที่มีอิสระโดยการพึ่งพาตนเองในสี่ปัจจัย อาหาร บ้าน เสื้อผ้า และ ยา  ไหมขอเล่าประสบการณ์ผ่านโพสต์นี้ เผื่อเพื่อน ๆ คนไหนสนใจอยากหนีความวุ่นวายจากชีวิตในเมือง ลองหาประสบการณ์แบบสัมผัสธรรมชาติกันดูบ้างนะคะ

Processed with VSCO with hb2 preset

Processed with VSCO with hb2 preset

เริ่มเดินทาง

ทริปนี้เราดีใจมาก ๆ ที่มีผู้ร่วมเดินทางคือคุณแม่ เหมือนมีเพื่อนที่เราสามารถ พูดคุยได้ในทุก ๆ เรื่อง ไหมกับคุณแม่ไปขึ้นรถตู้ที่ บขส.ช้างเผือก ในเมืองเชียงใหม่ เพื่อที่จะมุ่งไปยังอำเภอพร้าว ค่าโดยสารราว ๆ คนละ 150 บาท ต่อด้วยขึ้นรถมอเตอร์ไซค์คนละคัน นั่งรถประมาณสิบกว่านาทีก็เห็นป้ายต้อนรับพวกเราเข้าสู่ ไร่พัณพรรณ

Processed with VSCO with hb2 preset

Processed with VSCO with hb2 preset

ที่พัก

หลังจากเซ็นชื่อเข้าอบรมเรียบร้อยแล้ว ไหมและคุณแม่ก็หยิบมุ้ง ปลอกหมอนผ้าคลุมเตียง ผ้าห่ม ที่ทางไร่จัดเตรียม ไปยังศาลากลางแจ้ง ซึ่งจะเป็นที่นอนของพวกเราไปอีกสามคืนข้างหน้า พอเห็นที่พัก ความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือ “ไหวปะเนี่ยไหม นอนอยู่บ้านดี ๆ ไม่ชอบใช่ปะ” แต่ก็ไม่กล้าบ่นอะไรให้คุณแม่ฟังมากเพราะตัวเองเป็นคนเลือกที่จะมาทริปนี้เอง ส่วนห้องน้ำก็ไม่ได้อยู่ในตัวศาลา แต่อยู่ห่างจากศาลาที่พักประมาณ 30-40 เมตร เป็นเพิงสองชั้น มีห้องอาบน้ำอยู่ข้างล่างด้านบนขึ้นบันไดเหล็กไปจะเป็นห้องน้ำ คุณแม่เครียดเลยค่ะ เข่าไม่ค่อยจะดี ต้องปีนขึ้นไปเข้าห้องน้ำวันละหลาย ๆ รอบ เพราะดื่มน้ำเยอะ ทำให้แต่ละคืนไหมเลยพยายามดื่มน้ำให้น้อยที่สุด เพื่อจะได้อั้นไว้ไปทำธุระตอนเช้าแทน ^^

IMG_0295

Processed with VSCO with hb2 preset

กิจกรรม

คอร์สพึ่งพาตัวเองมีระยะเวลาอบรม 4 วัน 3 คืน โดยวันแรกก็ไม่มีอะไรมากค่ะ ได้เดินชมไร่พัณพรรณ ซึ่งสวยเหมือนกับภาพวาด ล้อมรอบไปด้วยภูเขาเป็นคลื่น ๆ มีฝูงวัวกระจายอยู่บนทุ่งหญ้า ฝูงเป็ดว่ายน้ำอยู่ในบ่อ แถมยังมีเด็ก ๆ กำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ดูเป็นชีวิตที่เรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ ต่างจากความวุ่นวายในเมือง

วันที่สองตอนเช้าตรู่มีการสอนเล่นโยคะกลางแจ้งท่ามกลางหุบเขา บรรยากาศสงบ รู้สึกมีสมาธิอยู่กับลมหายใจและตนเองมากขึ้น ได้ยืดเส้นยืดสาย เป็นการเริ่มต้นวันที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ คุณโจนสอนผู้เข้าอบรมทำบ้านดิน สอนวิธีทำอิฐ ฉาบและก่อผนัง และก็ทำสีดิน สนุกและง่ายกว่าที่คิดเยอะ ถึงแม้จะเหนื่อยเพราะต้องใช้แรง แต่ไหมว่าถ้ามีความมุ่งมั่นและความพยายามใคร ๆ ก็สามารถสร้างบ้านได้แน่ ๆ

วันที่สามเรียนเกี่ยวกับการทำสวนค่ะ พี่เต๋าเป็นคนสอนเกี่ยวกับวีธีพรวนดิน ปลูกพืชผักต่าง ๆ แล้วก็การเก็บเมล็ดพันธุ์ ตอนนี้เมล็ดพันธุ์ แท้กำลังจะหายไป เมล็ดพันธุ์ผสม หรือ GMOs กำลังทำให้เกิดวิกฤตอาหารในปัจจุบัน วันสุดท้ายคุณโจนแบ่งปันประสบการณ์วิธีรักษาสุขภาพ แบบบ้าน ๆ โดยไม่พึ่งยาหรือหมอ เป็นวิธีที่ค่อนข้างน่าสนใจ แปลก แต่ฟังดูสมเหตุสมผลทีเดียว ใครอยากรู้ต้องลองไปฟังเองซะแล้วแหละ

Processed with VSCO with hb2 preset

Processed with VSCO with hb2 preset

อาหาร

หมวดนี้เหมือนจะเป็นไฮไลท์ของทริปก็ว่าได้ ที่ประทับใจมากคือมื้อเช้าวันแรก ได้กินขนมปัง homemade อร่อยมาก กินคู่กับแยมมะขามและเพสโต้ สูตรลับ ของไร่พัณพรรณ มื้ออาหารอื่นส่วนใหญ่ที่ได้ทานระหว่างพักอยู่ที่ไร่พัณพรรณจะเน้นข้าวกล้อง และกับข้าวต่าง ๆ ซึ่งจะมีแต่ผักซะส่วนใหญ่ ส่วนมากจะ เป็นพืชผักที่ปลูกที่ไร่ หรือซื้อจากตลาดชาวเขา บางมื้อก็มีปลาบ้าง กุ้งบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นอาหาร homemade ไม่มีอะไร processed แต่อย่างใด อาหารแต่ละมื้อจะมีของหวาน เป็นผลไม้บ้าน ๆ อย่างเช่น ลิ้นจี่ มะไฟ มะม่วง สับปะรด ที่มีรสชาติหอม หวานตามธรรมชาติ

Processed with VSCO with hb2 preset

Processed with VSCO with hb2 preset

สิ่งที่เรียนรู้

หลังจากได้ใช้ชีวิตแบบใกล้ชิดธรรมชาติมาสี่วันสามคืนตัดขาดจากสิ่งสะดวกสบายที่เคยมี ไม่มีแอร์ ไม่มีทีวี ตกค่ำ มีฝูงแมลงมากมายบินตอมเต็มไปหมด ปกติไหมจะเป็นคนไม่ชอบแมลงมาก แต่พอได้เข้าคอร์สอบรมผ่านไปสี่วัน ไหม กลับเริ่มรู้สึกชินกับแมลง กับการที่จะนอนอยู่ที่พักง่าย ๆ แต่สงบอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของพี่ ๆ ที่ไร่พัณพรรณ ทำให้ไหมได้กลับมามองและวิเคราะห์ชีวิตตัวเอง รู้สึกว่า ชีวิตปกติของเราถูกตัดขาดจากธรรมชาติมากเกินไป จนทำให้เราลืมว่าเราก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติด้วยเช่นกัน ประสบการณ์ครั้งนี้สร้างแรงบันดาลใจให้ไหม เห็นแนวทางลาง ๆ ว่าตัวเองอยากใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ทำงานสายงานที่ พัฒนาสุขภาพและคุณภาพความคิด ทีนี้กลับกรุงเทพฯคงต้องเริ่มคิดจริงจังแล้วสินะว่าสายงานอาชีพที่ว่านี้มีแบบไหนมั่ง 😀

เพื่อน ๆ คนไหนอยากลองเรียนรู้วิธีพึ่งพาตนเอง หรืออยากลองมาสัมผัสธรรมชาติ ลองเข้าไปดูรายละเอียดคอร์สได้ใน website punpunthailand.org ดูนะคะ

Processed with VSCO with hb2 preset

 

­­­


 

DETAIL :

  • สถานที่ / Address  :  ไร่พัณพรรณ
  • ที่ตั้ง / Location  :  พัณพรรณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง และศูนย์เมล็ดพันธ์ ตู้ ปณ.5 อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 50150
  • เบอร์โทร / Tel  :  081-470-1461
  • เบอร์แฟกซ์ / Fax  :  N/A
  • อีเมล / E-mail  :  punpun.farm@gmail.com
  • เว็บไซต์ / Website  : www.facebook.com/Pun-Pun-Organic-Farm-181581223532/?fref=ts , http://thai.punpunthailand.org/
  • เวลาเปิด-ปิด / Open-Closed  : เวลาทำการ 9.30 – 18.00 น.
  • การเดินทาง / Directions  :  ขึ้นรถสองแถวเชียงใหม่-พร้าว  ขึ้นรถที่สถานีขนส่งช้างเผือก ลงสุดสายปลายทางที่บขส.พร้าว (จากเชียงใหม่ถึงพร้าวใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง)ต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าสวน บอกไปสวนพันพรรณ ตรง อบต.บ้านโป่ง ข้ามสะพานแม่งัดแล้วเลี้ยวซ้ายตรงบ้านหลังน้อย ทางเข้ามีปลูกกล้วยเยอะๆ  ค่ารถ 40บาท  (บขส.พร้าวห่างจากสวน 4 กิโล)

 Map :

19.215055, 99.0122313.544866, 99.423891

Review by : น้องไหม Date : July 2016 ความสุขที่เรียบง่าย @ ไร่พัณพรรณ            เพื่อน ๆ มีใครเพิ่งเรียนจบบ้างคะ? รู้กันหรือยังว่าอยากทำอะไรต่อ? ส่วนตัวไหมเองเพิ่งเรียนจบสาขาจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รู้สึกว่าถึงแม้จะเรียนจบสี่ปี มีดีกรีปริญญาตรี แต่เรายังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกมากมาย โดยเฉพาะการเรียนรู้ที่จะรู้จักและเข้าใจตัวเอง ไหมรู้สึกว่าตัวเองควรที่จะหยุดคิดทบทวนสักครู่ ก่อนก้าวเดินหน้าต่อไปว่าชีวิตนี้เราชอบและต้องการอะไรจริง ๆ ใคร ๆ ที่รู้จักไหมจะรู้ว่าเราสนใจเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพมาก ถ้ามองโดยรวมการมีสุขภาพที่ดีนั้นน่าจะเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยมากกว่าแค่การกิน หรือออกกำลัง โดยส่วนตัวเราว่าสุขภาพที่ดีนั้นอาจจะต้องมีมากกว่าแค่ปัจจัยของภาพลักษณ์ภายนอก น่าจะเป็นความสมดุลระหว่างสุขภาพกายและจิต รู้สึกอยากทำงานในสาย อาชีพที่ผสมผสานสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน แต่ก็ยังไม่รู้ว่างานที่ว่านั้นมีอยู่ไหม  ความสนใจเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ บวกกับเวลาที่ว่าง(มาก) หลังเรียนจบ ทำให้เราเริ่มคิดและพยายามหาอะไรทำ สุดท้ายเลยตัดสินใจว่าอยากลองออกไปหาประสบการณ์ เผื่อมันจะช่วยให้เรารู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้น จุดหมายของการเดินทางคือการไปเข้าคอร์สอบรมที่ไร่พัณพรรณของคุณโจน จันได ที่อำเภอพร้าว เราได้รู้จักคุณโจนผ่านหนังสือชีวประวัติเรื่อง “บุกรังโจน” เขียนโดย สุดใจ ข่าขันมณี หลังจากได้อ่านรู้สึกสนใจและชื่นชอบแนวคิดของคุณโจนมาก โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องการใช้ชีวิตที่มีอิสระโดยการพึ่งพาตนเองในสี่ปัจจัย อาหาร บ้าน เสื้อผ้า และ ยา  ไหมขอเล่าประสบการณ์ผ่านโพสต์นี้ เผื่อเพื่อน ๆ คนไหนสนใจอยากหนีความวุ่นวายจากชีวิตในเมือง ลองหาประสบการณ์แบบสัมผัสธรรมชาติกันดูบ้างนะคะ เริ่มเดินทาง ทริปนี้เราดีใจมาก ๆ ที่มีผู้ร่วมเดินทางคือคุณแม่ เหมือนมีเพื่อนที่เราสามารถ พูดคุยได้ในทุก ๆ เรื่อง ไหมกับคุณแม่ไปขึ้นรถตู้ที่ บขส.ช้างเผือก ในเมืองเชียงใหม่ เพื่อที่จะมุ่งไปยังอำเภอพร้าว ค่าโดยสารราว ๆ คนละ 150 บาท ต่อด้วยขึ้นรถมอเตอร์ไซค์คนละคัน นั่งรถประมาณสิบกว่านาทีก็เห็นป้ายต้อนรับพวกเราเข้าสู่ ไร่พัณพรรณ ที่พัก หลังจากเซ็นชื่อเข้าอบรมเรียบร้อยแล้ว ไหมและคุณแม่ก็หยิบมุ้ง ปลอกหมอนผ้าคลุมเตียง ผ้าห่ม ที่ทางไร่จัดเตรียม ไปยังศาลากลางแจ้ง ซึ่งจะเป็นที่นอนของพวกเราไปอีกสามคืนข้างหน้า พอเห็นที่พัก ความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือ "ไหวปะเนี่ยไหม นอนอยู่บ้านดี ๆ ไม่ชอบใช่ปะ" แต่ก็ไม่กล้าบ่นอะไรให้คุณแม่ฟังมากเพราะตัวเองเป็นคนเลือกที่จะมาทริปนี้เอง ส่วนห้องน้ำก็ไม่ได้อยู่ในตัวศาลา แต่อยู่ห่างจากศาลาที่พักประมาณ 30-40 เมตร เป็นเพิงสองชั้น มีห้องอาบน้ำอยู่ข้างล่างด้านบนขึ้นบันไดเหล็กไปจะเป็นห้องน้ำ คุณแม่เครียดเลยค่ะ เข่าไม่ค่อยจะดี ต้องปีนขึ้นไปเข้าห้องน้ำวันละหลาย ๆ รอบ เพราะดื่มน้ำเยอะ ทำให้แต่ละคืนไหมเลยพยายามดื่มน้ำให้น้อยที่สุด เพื่อจะได้อั้นไว้ไปทำธุระตอนเช้าแทน ^^ กิจกรรม คอร์สพึ่งพาตัวเองมีระยะเวลาอบรม 4 วัน 3 คืน โดยวันแรกก็ไม่มีอะไรมากค่ะ ได้เดินชมไร่พัณพรรณ ซึ่งสวยเหมือนกับภาพวาด ล้อมรอบไปด้วยภูเขาเป็นคลื่น ๆ มีฝูงวัวกระจายอยู่บนทุ่งหญ้า ฝูงเป็ดว่ายน้ำอยู่ในบ่อ แถมยังมีเด็ก ๆ กำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ดูเป็นชีวิตที่เรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ ต่างจากความวุ่นวายในเมือง วันที่สองตอนเช้าตรู่มีการสอนเล่นโยคะกลางแจ้งท่ามกลางหุบเขา บรรยากาศสงบ รู้สึกมีสมาธิอยู่กับลมหายใจและตนเองมากขึ้น ได้ยืดเส้นยืดสาย เป็นการเริ่มต้นวันที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ คุณโจนสอนผู้เข้าอบรมทำบ้านดิน สอนวิธีทำอิฐ ฉาบและก่อผนัง และก็ทำสีดิน สนุกและง่ายกว่าที่คิดเยอะ ถึงแม้จะเหนื่อยเพราะต้องใช้แรง แต่ไหมว่าถ้ามีความมุ่งมั่นและความพยายามใคร ๆ ก็สามารถสร้างบ้านได้แน่ ๆ วันที่สามเรียนเกี่ยวกับการทำสวนค่ะ พี่เต๋าเป็นคนสอนเกี่ยวกับวีธีพรวนดิน ปลูกพืชผักต่าง ๆ แล้วก็การเก็บเมล็ดพันธุ์ ตอนนี้เมล็ดพันธุ์ แท้กำลังจะหายไป เมล็ดพันธุ์ผสม หรือ GMOs กำลังทำให้เกิดวิกฤตอาหารในปัจจุบัน วันสุดท้ายคุณโจนแบ่งปันประสบการณ์วิธีรักษาสุขภาพ แบบบ้าน ๆ โดยไม่พึ่งยาหรือหมอ เป็นวิธีที่ค่อนข้างน่าสนใจ แปลก แต่ฟังดูสมเหตุสมผลทีเดียว ใครอยากรู้ต้องลองไปฟังเองซะแล้วแหละ อาหาร หมวดนี้เหมือนจะเป็นไฮไลท์ของทริปก็ว่าได้ ที่ประทับใจมากคือมื้อเช้าวันแรก ได้กินขนมปัง homemade อร่อยมาก กินคู่กับแยมมะขามและเพสโต้ สูตรลับ ของไร่พัณพรรณ มื้ออาหารอื่นส่วนใหญ่ที่ได้ทานระหว่างพักอยู่ที่ไร่พัณพรรณจะเน้นข้าวกล้อง และกับข้าวต่าง ๆ ซึ่งจะมีแต่ผักซะส่วนใหญ่ ส่วนมากจะ เป็นพืชผักที่ปลูกที่ไร่ หรือซื้อจากตลาดชาวเขา บางมื้อก็มีปลาบ้าง กุ้งบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นอาหาร homemade ไม่มีอะไร processed แต่อย่างใด อาหารแต่ละมื้อจะมีของหวาน เป็นผลไม้บ้าน ๆ อย่างเช่น ลิ้นจี่ มะไฟ มะม่วง สับปะรด ที่มีรสชาติหอม หวานตามธรรมชาติ สิ่งที่เรียนรู้ หลังจากได้ใช้ชีวิตแบบใกล้ชิดธรรมชาติมาสี่วันสามคืนตัดขาดจากสิ่งสะดวกสบายที่เคยมี ไม่มีแอร์ ไม่มีทีวี ตกค่ำ มีฝูงแมลงมากมายบินตอมเต็มไปหมด ปกติไหมจะเป็นคนไม่ชอบแมลงมาก แต่พอได้เข้าคอร์สอบรมผ่านไปสี่วัน ไหม กลับเริ่มรู้สึกชินกับแมลง กับการที่จะนอนอยู่ที่พักง่าย ๆ แต่สงบอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีเวลาอยู่กับตัวเองมากขึ้น ได้เห็นวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของพี่ ๆ ที่ไร่พัณพรรณ ทำให้ไหมได้กลับมามองและวิเคราะห์ชีวิตตัวเอง รู้สึกว่า ชีวิตปกติของเราถูกตัดขาดจากธรรมชาติมากเกินไป จนทำให้เราลืมว่าเราก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติด้วยเช่นกัน ประสบการณ์ครั้งนี้สร้างแรงบันดาลใจให้ไหม เห็นแนวทางลาง ๆ ว่าตัวเองอยากใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ทำงานสายงานที่ พัฒนาสุขภาพและคุณภาพความคิด ทีนี้กลับกรุงเทพฯคงต้องเริ่มคิดจริงจังแล้วสินะว่าสายงานอาชีพที่ว่านี้มีแบบไหนมั่ง :D เพื่อน ๆ คนไหนอยากลองเรียนรู้วิธีพึ่งพาตนเอง หรืออยากลองมาสัมผัสธรรมชาติ ลองเข้าไปดูรายละเอียดคอร์สได้ใน website punpunthailand.org ดูนะคะ   ­­­   DETAIL : สถานที่ / Address  :  ไร่พัณพรรณ ที่ตั้ง / Location  :  พัณพรรณ ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเอง และศูนย์เมล็ดพันธ์ ตู้ ปณ.5 อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 50150 เบอร์โทร / Tel  :  081-470-1461 เบอร์แฟกซ์ / Fax  :  N/A อีเมล / E-mail  :  punpun.farm@gmail.com เว็บไซต์ / Website  : www.facebook.com/Pun-Pun-Organic-Farm-181581223532/?fref=ts , http://thai.punpunthailand.org/ เวลาเปิด-ปิด / Open-Closed  : เวลาทำการ 9.30 – 18.00 น. การเดินทาง / Directions  :  ขึ้นรถสองแถวเชียงใหม่-พร้าว  ขึ้นรถที่สถานีขนส่งช้างเผือก ลงสุดสายปลายทางที่บขส.พร้าว (จากเชียงใหม่ถึงพร้าวใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง)ต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าสวน บอกไปสวนพันพรรณ ตรง อบต.บ้านโป่ง ข้ามสะพานแม่งัดแล้วเลี้ยวซ้ายตรงบ้านหลังน้อย ทางเข้ามีปลูกกล้วยเยอะๆ  ค่ารถ 40บาท  (บขส.พร้าวห่างจากสวน 4 กิโล)  Map : 19.215055, 99.0122313.544866, 99.423891

คะแนน REVIEWS สำหรับที่เที่ยว

0

100

คอร์สพึ่งพาตัวเองมีระยะเวลาอบรม 4 วัน 3 คืน โดยวันแรกก็ไม่มีอะไรมากค่ะ ได้เดินชมไร่พัณพรรณ ซึ่งสวยเหมือนกับภาพวาด ล้อมรอบไปด้วยภูเขาเป็นคลื่น ๆ มีฝูงวัวกระจายอยู่บนทุ่งหญ้า ฝูงเป็ดว่ายน้ำอยู่ในบ่อ แถมยังมีเด็ก ๆ กำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ดูเป็นชีวิตที่เรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ ต่างจากความวุ่นวายในเมือง

User Rating: Be the first one !
0

Comments

comments

You need to login or register to bookmark/favorite this content.

Author: Simaporn
Tags

Leave a Reply

Login

14 − 6 =

Lost your password?