ตามรอยพระบาท ณ เมืองเชียงใหม่

ตามรอยพระบาท ณ เมืองเชียงใหม่

1

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

image

must-know

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีทัศนียภาพสวยงามเสมือนจินตนาการที่เกิดขึ้นจริง สถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ อันวิจิตรตั้งตระหง่านเหนือมวลดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์ และมีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากร้อยเหตุผลที่นักท่องเที่ยวควรค่าแก่การมาเยือน

view-image

” ที่ประทับในโอกาส เสด็จพระราชดำเนิน แปรพระราชฐาน และเพื่อรับรอง พระราชอาคันตุกะ “

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์เป็นเรือนหมู่ ในปี พ.ศ.2504 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ขึ้นบนดอยบวกห้า ตำบลสุเทพ เพื่อใช้เป็นที่ประทับในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน มาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่ และเพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะ โดยใช้รับรอง สมเด็จพระเจ้าเฟรดเดริคที่ 9 และสมเด็จพระราชินี อินกริด แห่งเดนมาร์ค เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2505

trip

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว ที่สวยงามตระการตาเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมที่ประทับของพระราชวงศ์ได้อย่างใกล้ชิด ได้ศึกษาประวัติศาสตร์การเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศของพระราชอาคันตุกะ และยลโฉมสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่วิจิตรงดงามแห่งหนึ่งในประเทศไทย

 

2

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก

image-1

must-know-1

จากที่เคยทำหน้าที่ศูนย์พัฒนาวิจัยพันธ์ุพืชแต่เพียงอย่างเดียว ณ ปัจจุบัน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก ได้กลายเป็นอีกหนึ่งปลายทางยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว ที่แสวงหาความบริสุทธิ์ของธรรมชาติและความอบอุ่น ในการดูแลต้อนรับขับสู้ของชาวบ้านในท้องถิ่น นอกจากป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ตำบลห้วยแก้ว อำเภอแม่ออน ลักษณะทางภูมิศาสตร์ ที่มีความลาดชันค่อนข้างสูง ทำให้เกิดวิวทิวทัศน์ที่ต้องตา ตรึงใจ เหมาะกับการพักผ่อนในช่วงวันหยุด ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลไหน

view-image-1

” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน ทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ในการสร้างศูนย์ฯ เพื่อเสริมความรู้ ทางเกษตรให้กับ ชาวบ้าน “

trip-1

ที่นี่เน้นงานวิจัย ปลูกเห็ดหอมและกาแฟ ภายใน พื้นที่กว่า 4 ไร่ มีการเตรียมเพาะกล้าให้กับเกษตรกร ใครที่ชื่นชอบดอกไม้งามหาชมยาก ก็สามารถเข้าชมหมู่ไม้กระถางที่จัดให้ชมภายในศูนย์ฯ อาทิ ต้นบีโกเนีย กล้วยไม้ปีกผีเสื้อและอื่นๆ เรียงรายอยู่ในเรือนเพาะชำให้ได้ซื้อหาติดไม้ติดมือกลับบ้าน ใครที่ต้องการค้างคืน โครงการหลวงตีนตกก็มีห้องพักดีไซน์เก๋ ราคากันเอง ไว้บริการอีกด้วย

 

3

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ

image-2

must-know-2

ณ ภูเขาสูงอันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านม่อนเงาะ อำเภอแม่แตง แต่เดิมเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเขา เผ่าม้ง ซึ่งมักจะดำรงชีพด้วยการปลูกฝิ่นและมีฐานะยากจน โครงการหลวงจึงเริ่มพัฒนาและส่งเสริมการปลูกผัก เป็นลำดับแรก โดยเน้นแก้ปัญหาพื้นที่สูงชัน ยากต่อการเพาะปลูก พืชผักที่เลือกปลูกจึงต้องเหมาะสมที่สุดกับพื้นที่เนินเขา เช่น ผักกาดสายพันธ์ุต่างๆ กะหล่ำปลี นานาชนิด ฟักทองญี่ปุ่น หัวไชเท้าญี่ปุ่น ฯลฯ วิธีการปลูก ที่ผ่านการวิจัยมาแล้วนั้น ทางโครงการหลวงได้ส่งต่อให้กับเกษตรกร เนรมิตพื้นที่เทือกเขาแห้งแล้งให้กลับกลายเป็นอีกหนึ่งวิวงดงามให้ได้เยี่ยมชม

view-image-1

” เมื่อเผชิญปัญหา พื้นที่ราบมีน้อย ทั่วบริเวณล้วนเป็น เทือกเขา ยากต่อการ เพาะปลูก นักวิชาการเกษตรของโครงการหลวงจึงต้องทำงานหนัก เพื่อค้นหาทางแก้ไขปัญหาด้านพื้นที่ทำกินของม่อนเงาะ “

trip-1

หลังจากได้รับการฟื้นฟูผืนป่าทำให้ดอยม่อนเงาะกลับมา เขียวชอุ่มและงดงามขึ้นอีกครั้ง กลายเป็นจุดท่องเที่ยวในฝันของนักท่องไพร ทางโครงการจัดเตรียมบ้านพักแสนสบายให้บริการ พร้อมร้านอาหารที่จัดเสิร์ฟอาหารพื้นเมืองคุณภาพดี แขกที่มาเยือนจะได้ความรู้เกี่ยวกับการเกษตรไปด้วยจากแปลงไม้ดอก และพืชผักต่างๆ รวมไปถึงไร่ชา ไร่กาแฟ ที่เรียงรายอย่างงดงาม

 

4

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก

image-3

must-know-3

ย้อนไปเมื่อราวปี พ.ศ. 2521 เมื่อชาวเขาเผ่าม้งได้อพยพหาที่ทำกินแห่งใหม่ และได้ถวายฎีกาถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอที่ทำกินแห่งใหม่ ทดแทนที่เก่าที่มีสภาพดินไม่เหมาะสม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้โครงการหลวงเข้าช่วยเหลือ ร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการบูรณะพื้นที่ทำกินบ้านห้วยลึก แม้จะใช้เวลานานในการปลูกป่าทดแทนและดูแลผืนป่า ในที่สุดพื้นที่ห้วยลึกก็กลับกลายเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติสวยงาม เหมาะสมในการทำการเกษตร

view-image-3

” เริ่มจากฎีกา ของชาวเขา ที่ขอพระราชทานผืนดิน ทำกินกับพ่อหลวง กลายเป็นโครงการหลวง ที่สร้างรายได้และ อาชีพเกษตรกรรม ที่ยั่งยืนให้กับชาวเขา ทุกคน “

trip-3

โครงการหลวงห้วยลึก ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบ 2 หมู่บ้าน ประกอบด้วย เผ่าม้ง กะเหรี่ยง และคนเมือง ภูมิประเทศส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นที่ราบ สลับกับหมู่ภูเขาที่ ทับซ้อนอย่างงดงาม และมีอากาศที่เย็น ทำให้เหมาะแก่การท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ และยังถูกจัดสรรเป็นพื้นที่สำหรับทำการเกษตรแบบยั่งยืน ที่ส่งเสริม วิจัยและ เพาะพันธุ์ให้กับเกษตรกรชาวไทยภูเขา มีทั้งสารพัน แปลงพืชเมืองหนาว อย่าง แคนตาลูป หรือผักสลัด รวมทั้ง พืชผักที่ไม่ค่อยได้พบเห็นจากที่ไหน อย่าง แปลงผักกาดหอมห่อ ผักกาดขาวปลี ฯลฯ แปลงสมุนไพร หรือแปลงดอกไม้ อย่าง เบญจมาศ ผลไม้ทั้งหมดนี้เพาะปลูกสลับกันตลอดทั้งปี ทำให้ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก กลายเป็นอีกหนึ่งปลายทางที่ไม่ควรพลาด

 

5

ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)
image-4

must-know-4

สำหรับใครที่ถวิลหาบรรยากาศของดอกไม้สีชมพูผลิบานท่ามกลางขุนเขาสีเขียว ที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) เป็นอีกหนึ่งจุดชมต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือ‎ซากุระเมืองไทยแห่งสำคัญของเชียงใหม่ เพราะพื้นที่ ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 1,100 เมตร ทำให้นอกจากจะได้ชื่นชมกับดอกนางพญาเสือโคร่งที่ผลิดอกสวยงามเต็มที่แล้วยังได้สัมผัสกับอากาศเย็นสบายในช่วงฤดูหนาวอีกด้วย

view-image-4

” ศูนย์ศึกษา วิจัยพันธุ์พืชและ ไม้ผลเมืองหนาว เพื่อถ่ายทอด องค์ความรู้และเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร “

ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ตั้งอยู่ ระหว่างหมู่บ้านปกาเกอะญอและหมู่บ้านม้ง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง อยู่ในวงล้อมของแนวเทือกเขาอินทนนท์ ตั้งขึ้นภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาที่บ้านขุนวางในปี พ.ศ. 2523 ซึ่งพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นการปลูกฝิ่นจำนวนมากของชาวบ้าน ทรงมีพระราชดำรัสให้กองพืชสวน กรมวิชาการเกษตร ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่แห่งนี้ ให้เป็นสถานที่ทดลอง ขยายพันธุ์ ส่งเสริม และถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกพืชเมืองหนาวบนที่ราบสูงให้กับเกษตรกร ทดแทนการปลูกฝิ่น

trip-4

ปัจจุบันภายในพื้นที่ของโครงการ คือแหล่งเพาะปลูกและวิจัยพืชพรรณและไม้ผลเมืองหนาว เช่น สาลี่ พลัม แมคคาเดเมีย เกาลัดจีน สตรอว์เบอร์รี เป็นต้น ทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ยอดนิยม เพราะมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี

 

6

ศูนย์ศึกษาการพัฒนางห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

image-5

must-know-5

จากเดิมที่เคยเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม กินพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 8,500 ไร่ จากวันนั้นมาถึงวันนี้ กว่า 34 ปีแล้ว ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ ได้มุมานะทำการศึกษาวิจัย พัฒนารูปแบบระบบชลประทาน พัฒนาแหล่งน้ำ ควบคู่ไปกับการพัฒนาป่าไม้และฟื้นฟูผืนดิน

view-image-5

” จากพระราชดำริ ที่ต้องการให้ศูนย์ฯ เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่ให้ประชาชนเข้ามาเรียนรู้ และนำไปปฏิบัติได้จริง “

ทางศูนย์ฯ ได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ ในการเข้าฝึกอบรมชาวบ้าน ให้เห็นถึงผลเสียของการตัดไม้ทำลายป่า และให้ความรู้เกี่ยวกับไฟป่า อีกทั้งร่วมส่งเสริมงานการเกษตร และส่งเสริมอาชีพในกลุ่มแม่บ้าน ยังผลให้ห้วยฮ่องไคร้ ในวันนี้ กลับมาอุดมสมบูรณ์ขึ้นอีกครั้ง

trip-5

ในวันนี้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ ได้รับการขนานนามว่าเป็น พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต หรือสวนเพื่อการศึกษา แขกผู้มาเยือนทุกคน จะได้รับความรู้ เกี่ยวกับการพัฒนาผืนป่าที่เข้าใจง่าย แถมยังสัมผัสได้ ถึงจิตวิญญาณของป่าใหญ่ ด้วยการก้าวย่างเข้าสู่การเดินป่า ท่ามกลางลุ่มน้ำห้วยฮ่องไคร้ ทั้งหมู่ป่าเต็งรังเคียงข้าง กับป่าเบญจพรรณแสนงดงาม ตามเส้นทางที่จัดทำไว้ ปิดท้ายด้วยการเข้าชมวิถีฟาร์มสไตล์ภาคเหนือ อาทิ การทำปศุสัตว์ เลี้ยงโคนม สัตว์ปีก รวมถึงสัตว์ครึ่งบก ครึ่งน้ำ อย่าง กบนานาพันธุ์ด้วย

 

7

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

image-6

must-know-6

ในแต่ละปีเมื่อลมหนาวมาเยือน ภาพของดอกไม้ เมืองหนาวสีสวย รวมทั้งดอกซากุระเมืองไทยที่บานสะพรั่ง ที่ช่วยแต่งแต้มภูเขาสีเขียวให้สวยงาม รวมทั้งพืชผักผลไม้นานาชนิด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดใจ นักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาเยือนดอยอ่างขางในแต่ละปี จนหลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่า ที่นี่เคยเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่น ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย

view-image-6

” ทรงพลิกฟื้น จากภูเขาฝิ่น จนกลายเป็นพืชผักเมืองหนาวที่สวยงามและ น่าเที่ยวที่สุด ของเมืองไทย “

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2513 หรือเกือบ 50 ปีที่แล้ว เมื่อพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาถึง เพราะทรงห่วงใยเกษตรกรชาวไทยภูเขาที่มีการปลูกฝิ่นเป็นอาชีพหลัก สถานีเกษตรหลวงอ่างขางจึงเกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นแปลงทดลอง ปลูกพืชผักเมืองหนาวคุณภาพดีแทนป่าฝิ่นดั้งเดิม สตรอว์เบอร์รี เป็นพืชพันธุ์ชนิดแรกๆ ที่นำมาทดลองปลูกที่นี่ จนได้พันธ์ุที่เหมาะสมกับเมืองไทย โดยใช้ชื่อว่า พันธุ์พระราชทาน

ปัจจุบันสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เป็นแหล่งจำหน่ายพืชผักผลไม้เมืองหนาวคุณภาพดีให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน ที่สร้างรายได้และชุมชนที่แข็งแรงให้กับชาวไทยภูเขาอีกด้วย

ขอขอบคุณ : 70waysofking.tourismthailand.org

Comments

comments

You need to login or register to bookmark/favorite this content.

Author: Taino
Tags

Leave a Reply

Login

3 + twelve =

Lost your password?